January 10th, 2011 | 8:07 pm

“Reacting to the tradition of neo-classicism as early as the 1830’s, English architects and decorators took a renewed interest in the art of Gothic cathedrals. This movement, called Gothic Revival, shaped the whole Victorian era and was on a scale that had no equivalent in other European countries. In the midst of the industrial boom, the enthusiasm for the Gothic period, seen as an exemplary society in which the arts blossomed in a mystical and fraternal spirit, was set against the effects, considered degrading, of mechanisation.
Augustus Pugin (1812-1852) was the first to rediscover in Gothic art the principle of a close union between art, craftsmanship and technique. His main treatises of architecture and decoration, such as ‘Floriated Ornament’ (1849), were to influence for a long time the artists of the Arts and Crafts movement. Today, the magnificent decoration of the London Houses of Parliament still testifies to his virtuosity as a decorator and a colourist.”
via BibliOdyssey
anpanpon |
Art, Graphic Design |
January 7th, 2011 | 1:11 pm
anpanpon |
Me |
August 22nd, 2010 | 12:01 pm
เหตุการณ์เผาหนังสือไม่ว่าที่ใดในโลกล้วนซ้ำรอยเดียวกัน สุดท้ายไม่ว่าห้องสมุดยิ่งใหญ่เพียงใดต้องถูกทำลายด้วยสงคราม
ประวัติศาสตร์การทำลายหนังสือ
Read more>> »
anpanpon |
Social&Culture, book |
August 22nd, 2010 | 11:56 am
ประเทศไทยขาดแหล่งรวบรวมของ ทำให้ประวัติศาสตร์ขาดแหว่ง พูดง่ายๆ ว่าไม่มีของให้ดู มีแต่คำบอกเล่าหรือไม่ก็ตัวหนังสือซึ่งจินตนาการยาก อ่านประวัติศาสตร์แล้วไม่เข้าใจ นึกภาพไม่ออกว่าวีรบุรุษคนนั้นหน้าตาอย่างไร เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้เป็นอย่างไร ยกตัวอย่างเครื่องอัดกอปี้ หรือเครื่องทำสำเนาเอกสารสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็ยังหาดูไม่ได้ อ่านหนังสือแล้วก็ไม่เข้าใจวิธีใช้
รัฐบาลต้องประกาศว่าใครจะทิ้งของลักษณะนั้นลักษณะนี้ ให้เอามาให้รัฐบาลเก็บ เพราะตามบ้านเรือน ตามตลาดเก่าๆ อาจมีของแปลกๆ หลงเหลืออยู่ ประเทศเรายังต้องการโกดังหรืออาคารเก็บรักษาของทุกๆ สมัย พิพิธภัณฑ์บ้านเราส่วนมากเก็บแต่วัตถุโบราณ เศียรพระพุทธรูป มันซ้ำซากมานาน ผมไม่ได้บอกว่าไม่ควรเก็บ แต่ควรเก็บตัวอย่างของทุกยุค ไม่จำกัดเฉพาะของยุคโบราณ
เรื่องที่ผมคุยกับภัณฑารักษ์และนักพิพิธภัณฑ์บ่อยๆ คือพิพิธภัณฑ์ที่รัฐทำค่อนข้างซ้ำซาก และทำแบบเหมือนกันไปหมดทุกแห่ง ความจริงรัฐบาลไทยมีงบประมาณมหาศาล แต่จัดสรรและใช้ไม่เป็น ชอบเอางบไปจัดงานแบบระยะสั้น อาทิสงกรานต์ไม่กี่ปีก่อน ทำน้ำพุเต้นระบำ ๕-๑๐ วันที่ถนนราชดำเนิน ใช้เงินไปถึง ๔๐ ล้านบาท ในขณะที่งานระยะยาวอย่างพิพิธภัณฑ์ หอสมุด กลับไม่ยอมทำ
การทำพิพิธภัณฑ์และหอสมุดเป็นหน้าที่พื้นฐานของประเทศ ถ้าเป็นคนมีเงินอาจเนรมิตได้รวดเร็ว แต่ถ้าเป็นคนไม่มีเงิน ถึงอยากทำก็ล้มลุกคลุกคลาน ลำบากมาก จะพึ่งวัด วัดก็ไม่ได้มีหน้าที่ทำพิพิธภัณฑ์โดยตรง จะคาดหวังเอากับพระไม่ได้ ส่วนสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) ที่เราเคยคาดหวังว่าจะทำหน้าที่จัดสรรเงินมาช่วยคนอยากทำพิพิธภัณฑ์ สุดท้ายก็ไม่มีโครงการ ประชาชนต้องดิ้นรนกันเอง คนทำพิพิธภัณฑ์ดูไม่ต่างจากลูกกำพร้า คือไม่มีหน่วยงานไหนรับผิดชอบดูแล อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ตายไป งานพิพิธภัณฑ์และหอสมุดเป็นงานให้ความรู้ ให้ความภาคภูมิใจและมั่นใจแก่ผู้คน ว่าบ้านเราก็มีของดีไม่แพ้ที่อื่น เมื่อไม่มีแหล่งเก็บของมายืนยัน เด็กปัจจุบันก็เลยขาดอนุสาวรีย์ อยากเป็นฝรั่ง เป็นเกาหลี ญี่ปุ่นไปหมด นี่แหละเพราะไม่มีต้นแบบอะไรให้ดู เราไม่สร้างฐานความรู้ให้พลเมือง
ส่วนเรื่องระบบการศึกษา เรามีปัญหาในระดับโครงสร้าง เรื่องง่ายๆ อย่างพาเด็กไปทัศนศึกษานอกโรงเรียน ห่างจากโรงเรียนแค่ ๕-๑๐ วา ครูกลัวแล้วว่าเด็กจะตกท่อ ตกน้ำ โดนรถชน เพราะเมืองเราไม่สนใจการวางผัง ต่างจากญี่ปุ่นหรือฝรั่งที่เขาวางผังโดยใส่ใจคนเดินถนนด้วย การจราจรเขาเป็นระเบียบ มีฟุตบาทมีทางจักรยานอย่างต่อเนื่อง มอเตอร์ไซค์ไม่ขึ้นไปไล่คนบนทางเดิน
ไปที่วัด ไปที่สุสาน เขาก็ทำวัดทำสุสานสะอาดสะอ้านใช้เป็นที่พักผ่อนได้ เขาเข้มแข็งเรื่องพวกนี้จนส่งออกวัฒนธรรมได้ ขณะที่บ้านเรามอเตอร์ไซค์ขึ้นมาวิ่งบนฟุตบาท หนักกว่านั้นคือขี่ย้อนศรจนเป็นเรื่องปรกติ ไปดูวัด วัดก็เน้นแต่สร้างวัตถุบูชา ได้เงินมากก็เอาไปสร้างป้ายใหญ่ๆ ทำซุ้มประตูหรือรูปเคารพใหญ่ๆ แต่ปล่อยให้บริเวณวัดสกปรก ขายกันแต่ความเชื่อ ไม่ยอมทำวัดให้สะอาด สงบ จ้องแต่จะรื้อของเก่า
แบบนี้จะว่าครูก็ไม่ได้ ต้องไล่ไปจนถึงคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม ทุกวันนี้เก่งแต่ไปเปิดงาน แล้วแบบนี้ครูจะกล้าให้เด็กไปเที่ยวแหล่งประวัติศาสตร์ที่ไหน ในที่สุดเด็กก็อยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พอไม่แสวงหาความรู้ ความรู้ก็อยู่กับที่ ผมจึงมีคำถามว่า ครม. คิดทำโครงการระยะยาวได้แล้วหรือยัง เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีต้องลงมาเป็นแม่งาน รมว. กระทรวงวัฒนธรรมต้องทำมากกว่าไปแถลงข่าวเรื่องพระกรุนาดูนถูกขโมย รัฐมนตรีต้องคิดโครงการประเภททำหอสมุดแห่งชาติใหม่ให้เพียบพร้อม เก็บของได้มากขึ้น บริการได้ดีขึ้น
ในอนาคต พิพิธภัณฑ์ต้องเกิดขึ้นอีกมากเพื่อรองรับสิ่งของยุคหลังๆ ที่เกิดตามมาเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเหตุการณ์วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ รัฐบาลเก็บภาพและของจากเหตุการณ์จลาจลเผาบ้านเผาเมืองแล้วหรือยัง ต้องมีคลังเก็บกันตั้งแต่เดี๋ยวนี้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาของกันอีก มือตบ ตีนตบ ยางรถยนต์ ไม้หลาว กระสุน M-79 โปสเตอร์ สติกเกอร์ หมวก ผ้าคาดหัว ฯลฯ เหล่านี้ต้องเก็บเป็นตัวอย่างทั้งสิ้น
สัมภาษณ์ – เอนก นาวิกมูล- “ผมเปรียบตัวเองเป็นคนปะชุนประวัติศาสตร์”
Read more>> »
anpanpon |
Social&Culture, Thai |
August 3rd, 2010 | 11:02 pm

วนอยู่นาน กว่าจะมาถึงบางอ้อ 
กับผลงานไม่ล่าสุดที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ Hamburgerฯ
ใครชอบเรื่องแสงแนะนำให้ไม่พลาดชมงานนี้เด็ดขาด
Hamburger Bahnhof – Museum für Gegenwart – Berlin
anpanpon |
Art, Berlin |
August 3rd, 2010 | 10:45 pm

Endlich! und nicht mal wieder
anpanpon |
Me |
July 28th, 2010 | 11:18 pm
anpanpon |
Thai, movie |
July 23rd, 2010 | 9:17 pm
ขออนุญาตแอบมาโฆษณานิตยสารสุดเจ๋งประจำอำเภอ Wedding !
Wedding เป็นชื่อเขตนึงในเบอร์ลิน อยู่ระหว่าง Prenzlauer Berg, Mitte และ Moabit
ซึ่งเป็นย่านสุดฮิปแม่ลูกอ่อนกับย่านตุรกีสุดโต่ง
Wedding เป็นส่วนผสมผสานระหว่างความฮิปกิ๊บเก๋และความเท่ห์สไตล์ตุรกี
ความหลากหลายและน่าสนใจแกมน่าเบื่อของวิถีชีวิตคนใน Wedding ทำให้นิตยสารเล่มนี้เกิดขึ้นได้
ดูเป็น konzept ที่แปลกประหลาดแต่ก็สร้างความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ทุกครั้งที่ wedding ออกมา เลยไม่ต้องคิดนานว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ
เพราะมันออกกันปีละครั้งเท่านั้นเอง
Der Wedding
ปล.แถมรายการวิทยุใหม่ประจำนิตยสาร Neon หนึ่งในนิตยสารสุดเจ๋งของเยอรมัน
>>Neon.FM
anpanpon |
Berlin, Social&Culture, culture |
เพื่อนๆ Graphic Design ทั้งหลาย ขอแรงและขอใจทุกท่าน
เข้าร่วมโครงการ GraFixโดย ThaiGa ดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่
Grafix
via Siam Attariya
anpanpon |
Design, Thai |