คุณเพื่อนคนนึงส่งเรื่อง(เกือบไม่)สั้นมาให้อ่าน
เป็นของคุณน้องที่สนิทกันอีกคน
เรื่องยาวจริงๆ ยังอ่านไม่จบเลย อ่านไปได้นิดหน่อย ![]()
แต่ชอบการเปรียบเทียบหลายๆอย่างในเรื่องมาก
เอามาเผยแพร่ก่อนเผื่อใครอยากอ่าน !!
ยินดีด้วยนะสำหรับรางวัล ![]()
เจ๋งจริงๆ !!
ปล.ไม่รู้จะให้บอกนามปากกว่าว่าไงดี เอาเป็นว่า rainycoolie ไปก่อนละกันนะ
ปล2.เพิ่งก้าวลงจากสนามบินได้ไม่ถึงวัน
หลังจากหนีหนาวไปหนาวอยู่ที่สเปนและโปรตุเกสร่วม 10 วัน
ไว้จะมาทยอยสาธยายให้ฟังกันอีกที
คนจริง คนเทียม
ฉันเห็นผู้หญิงคนนั้นทุกเช้า…
ใช่ว่าหล่อนเป็นคนสวยสะดุดตาหรือว่าน่าสนใจกว่าคนอื่น ก็แค่ผู้หญิงทำงานธรรมดา อายุราว 27 ไม่น่าจะมากน้อยไปกว่านั้น ผมเหยียดตรงดูไร้ชีวิตยาวเกือบถึงกลางหลัง ใบหน้าค่อนข้างกลมเคลือบด้วยรองพื้นหนาเตอะจนขาวผ่องตัดกับแก้มสีชมพูหวานแหวว ขนตายาวงอนผ่านการดัดแต่งมาเป็นอย่างดีรับกับคิ้วโก่งได้รูปเข้าสมัยนิยม รูปร่างค่อนข้างเจ้าเนื้อและสูงตามมาตรฐานหญิงไทยทั่วไปอยู่ในชุดพองฟูเหมือนตุ๊กตา เสื้อประดับลูกไม้ผ้าชีฟองสีขาวตัวบนเข้าชุดกับกับกระโปรงบานทรงเอสีครีมระดับเข่า ดูพอเหมาะพอดีกับรองเท้าส้นเข็มสีขาวปักเลื่อมคู่นั้น หากจะให้จำกัดความหล่อนว่าเป็นสาวสวยก็คงยังถือว่าห่างไกลจากคำนั้นพอสมควร เพียงแต่หล่อนรู้จักหมุนตัวเองให้ทันแฟชั่นปัจจุบันจนกลมกลืนดีเท่านั้นเอง
ที่ผ่านมาฉันเห็นผู้หญิงประเภทนี้เป็นพิมพ์เดียวกันมาตลอด ไม่ได้ให้ความสำคัญไปมากกว่าตอนเห็นภาชนะพลาสติกลดราคาล็อตใหญ่จากโรงงานที่กองขายตามท้องตลาดเลย แต่ที่ทำให้ฉันเริ่มมองเห็นการมีตัวตนของหล่อนมากขึ้นเรื่อยๆก็เพราะพฤติกรรมบางอย่างซึ่งน่าสนใจมาก ฉันสังเกตมาเรื่อยๆจนสรุปกับตัวเองได้ในวันหนึ่งว่า ผู้หญิงคนนี้จริงๆแล้วไม่ใช่มนุษย์!
ฟังดูเป็นเรื่องแปลกถ้าจะสรุปเอาดื้อๆว่า สิ่งที่คิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์ พูดและกระทำเหมือนมนุษย์แท้จริงแล้วนั้นไม่ใช่มนุษย์ ในตอนแรกฉันตกใจลนลานเมื่อสำนึกได้ว่าอาจจะกำลังตัดสิน “คน” ผิดๆ แต่ไม่ช้าไม่นาน ฉันเริ่มแน่ใจในสิ่งที่ตัวเองคิด 2 อาทิตย์เต็มที่ฉันเฝ้าจับตาดูหล่อนเช้าเย็นบนชานชาลารถไฟฟ้ามาโดยตลอด ผู้หญิงคนนี้ดำเนินชีวิตตามโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ฝังอยู่ในสมองไม่ผิดแน่ หล่อนเป็น “แอนดรอยด์” (ถึงฉันควรจะเรียกหล่อนว่า “จีนอยด์” ซึ่งหมายถึงหุ่นยนต์เพศหญิงได้ก็ตาม แต่ฉันไม่คิดว่าหุ่นยนต์จะกำเนิดมาพร้อมกับสิ่งที่บ่งบอกเพศได้อย่างมนุษย์จริง เพราะฉะนั้นฉันไม่จำเป็นต้องยกย่องมันด้วยการแยกเพศให้) ที่มีระบบปฏิบัติการไร้ที่ติ สามารถแทรกซึมอยู่กับพวกมนุษย์ได้ดีเยี่ยมจนไม่มีใครจับผิดได้ ยกเว้นฉัน ฉันออกจะภูมิใจอยู่ไม่น้อยกับการค้นพบครั้งนี้ แต่ก็หวาดหวั่นว่านี่อาจจะเป็นโครงการลับสุดยอดของรัฐบาลที่ร่วมมือกับอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ระดับโลกก็เป็นได้ มนุษย์เทียมเพศเมียตัวนี้เป็นแค่หุ่นนำร่องถูกส่งมาทดสอบเท่านั้นเอง ฉลาดจริงๆที่คิดทดสอบกับประชากรผู้หญิงก่อน เพราะหากแอนดรอย์ทดแทนมนุษย์เพศเมียได้จริง การควบคุมจำนวนประชากรมนุษย์โลกไม่ให้เกิดเจเนอเรชั่นใหม่ย่อมทำได้ไม่ยาก เมื่อนั้นการแทรกซึมก็…
ฉันถอนใจแผ่วเบาด้วยความกลัดกลุ้ม เค้าลางหายนะของมนุษยชาติฉายแววอยู่เบื้องหน้า คงจะดีหากสิ่งที่ฉันคิดไม่ใช่เรื่องจริง ขณะที่ฉันกำลังหมกมุ่นอยู่กับการค้นพบอันน่าสะพรึงกลัว ผู้หญิงคนนั้นก็เดินทอดน่องมาช้าๆ และหยุดยืนนิ่งใกล้ๆฉันท่ามกลางผู้คนมากมายบนชานชาลายามเช้าที่เร่งฝีเท้าแกมวิ่งเพื่อให้ทันขบวนรถ มันถือวัตถุทรงเหลี่ยมอยู่ในมือและแนบเข้ากับใบหูข้างซ้ายด้วยอารมณ์เบิกบานซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ทำให้ฉันแน่ใจว่ามันถูกโปรแกรมมาเพื่อให้กระทำซ้ำๆกันทุกวัน ราวกับไม่รู้สึกรู้สมกับความวุ่นวายตรงหน้า ไม่แยแสกับมนุษย์หลายคนที่เดินตามหลังมาและต้องหยุดชะงักจนหัวแทบชนกันเมื่อมันยืนนิ่งกลางทางเดินเอาเสียดื้อๆ เพียงเพื่อจะหัวเราะกับคู่สนทนาในสาย เป็นเช่นนี้วันแล้ววันเล่า ฉันหมดความลังเลสงสัยอีกต่อไป อย่างหนึ่งที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ไม่เคยบันทึกไว้ในชิพขนาดจิ๋วทรงประสิทธิภาพอย่างแน่นอนก็คือ ความเกรงอกเกรงใจและนึกถึงผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์สั่งสอนสืบต่อกันมาทางวัฒนธรรมแห่งการอยู่ร่วมกัน เรื่องนี้คงลึกซึ้งเกินกว่าที่คอมพิวเตอร์จะป้อนข้อมูลให้กับมนุษย์เทียมพวกนี้ได้ แอนดรอยด์ตัวนี้กำลังใช้อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องของมัน อาจจะเป็นภารกิจส่งข้อมูลลับด้านพฤติกรรมมนุษย์ไปให้รัฐบาล ฉันไม่อยากคิดไปถึงว่ามันกำลังติดต่อกับแอนดรอยด์ตัวอื่น มันน่ากลัวเกินไป ฉันอาจจะหวาดวิตกไปเอง แค่แอนดรอยด์เพียงตัวเดียว ฉันก็คิดว่ามันเป็นภัยคุกคามสายพันธุ์มนุษย์มากพอแล้ว ฉันพยายามลอบฟังเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากรูเล็กๆบนวัตถุสี่เหลี่ยมเครื่องนั้นแต่ก็ได้ยินเพียงเสียงคลื่นแทรกเป็นระยะ จับใจความไม่ได้ชัดเจน หากมันยังคงส่งภาษาเลียนเสียงมนุษย์โต้ตอบกันอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว แม้แต่กล้ามเนื้อและรูขุมขน อวัยวะทุกอย่างบนใบหน้ามันก็ช่างคล้ายคลึงกับมนุษย์จนแยกแยะได้ยาก เสียงเริงร่านั้นสัมพันธ์กับเซลล์กล้ามเนื้อเทียมบนใบหน้าที่ยืดเข้าออกเวลาแสดงอารมณ์ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถสร้างแอนดรอยด์ที่เหมือนกับมนุษย์จริงได้มากขนาดนี้? ความสามารถและโครงสร้างภายในของมันพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว? มันได้รับคำสั่งมาให้ทำอะไรกับมนุษย์เรากันแน่? คำถามมากมายผุดขึ้นมาในใจฉันทีละข้อ ฉันถึงกับขนลุกชันเมื่อตระหนักได้ว่าอาจจะมีฉันเพียงคนเดียวที่จับสังเกตความจริงเรื่องนี้ได้ ถ้าเช่นนั้น อะไรที่กำลังรอฉันอยู่เบื้องหน้า หนทางที่เต็มไปด้วยภยันตรายอย่างนั้นหรือ?
คนบนชานชาลาบางตาลงเมื่อขบวนรถเริ่มเคลื่อนตัวออกไป มันเดินห่างออกจากฉันไปแล้วอย่างช้าๆ ฉันปรายตามองชายกระโปรงพริ้วสะบัดตามการเคลื่อนไหวด้วยร่างกายสั่นเทา กลัวมันจะจับได้ว่าฉันล่วงรู้ความลับของมัน ดูเหมือนเสียงจากอีกฝั่งหนึ่งของอุปกรณ์ทรงเหลี่ยมจะหยุดการติดต่อไปแล้ว ฉันเห็นมันรีบเก็บเจ้าวัตถุนั่นเข้าไปในกระเป๋าหนังสีสดลวดลายเป็นตัวอักษรคล้ายอักษรโรมัน 2 ตัวดูมีราคาแบบที่มนุษย์เพศหญิงผู้มีฐานะทั้งหลายนิยมกัน แล้วหยิบวัตถุรูปทรงสะอาดตาอีกชิ้นหนึ่งขึ้นมาต่อเข้ากับสายสีขาวที่มีฟองน้ำกลมๆขนาดเล็กตรงปลายสองข้างและเสียบเข้ารูหูอย่างคล่องแคล่วเหมือนไม่ใช่การเคลื่อนไหวของมนุษย์ มันคงกำลังจะดาวน์โหลดโปรแกรมหรือไม่ก็รับฟังข้อมูลคำสั่งจาก “นาย” ของมัน ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นรัฐบาล หากแต่เสียงที่เล็ดลอดแว่วออกมากลับกลายเป็นเสียงดนตรีจังหวะคึกคักเร้าใจ ฉันจับสังเกตลักษณะพิเศษของแอนดรอยด์เพศเมียตัวนี้ได้อีกข้อคือ มันเป็นหุ่นที่ต้องอาศัยพลังงานจากอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์อย่างใดอย่างหนึ่งตลอดเวลาไม่เช่นนั้นแล้วการดำเนินชีวิตเลียนแบบมนุษย์ของมันอาจจะเกิดความบกพร่องได้ มิน่าล่ะมันถึงไม่ยอมห่างจากวัตถุทรงเหลี่ยมนั่น มันต้องเป็นแหล่งพลังงานหลักเป็นแน่ ในขณะที่วัตถุที่มันกำลังใช้อยู่คงเป็นพลังงานเสริมเท่านั้น เท่าที่รู้เจ้าวัตถุที่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ว่านี้สามารถปล่อยรังสีบางอย่างออกมาทำลายเซลล์สมองของมนุษย์ได้ ใช่แล้ว! จุดประสงค์ที่ทุกวันนี้วัตถุสื่อสารตัวนี้เป็นที่นิยมในหมู่มนุษย์ก็เพราะว่ามันเป็นแผนการตลาดอันแยบยลของรัฐบาลกับองค์กรเครือข่ายโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ที่จะบ่อนทำลายกลไกการคิดของมนุษย์ทีละเล็กทีละน้อยจนสุดท้ายเซลล์สมองก็เปลี่ยนรูปกลายเป็นเซลล์ร้ายและฆาตกรรมมนุษย์ได้ในที่สุด เพื่อที่ว่าแอนดรอยด์จะได้มากลืนกินพื้นที่ในโลกนี้ได้ ที่แย่กว่านั้น ไม่เพียงแต่ผลร้ายจะเกิดโดยตรงกับเหยื่อช่วงที่ใช้มันติดต่อกัน แม้แต่เหยื่อที่ไม่ได้ใช้ก็ยังได้รับรังสีทางอ้อมได้อีกด้วย แอนดรอยด์ตัวนี้ถูกโปรแกรมมาให้สูบกินพลังงานจากเครื่องมืออิเลคทรอนิกส์แทนการเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบเก่าๆ ด้วยวิธีการแนบเนียนและยังสามารถแผ่รังสีอันตรายเพื่อทำลายมนุษย์ที่อยู่ใกล้มันได้ด้วย ตามที่รัฐบาลสหรัฐเรียกมันว่าเป็น Electromagnetic Radiation Hazard หรือ EMR ผู้คนเกือบ 2 พันล้านคนที่กำลังใช้โทรศัพท์มือถือบนโลกนี้กำลังถูกคุกคามโดยไม่รู้ตัว ฉันถึงกับตกตะลึงเป็นครั้งที่สองเมื่อค้นพบแผนการร้ายนี้ นั่นหมายถึงมนุษย์ทุกคนกำลังเป็นเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยมีเบื้องหลังเป็นรัฐบาลและองค์กรยักษ์ใหญ่เลือดเย็นหรือนี่?!
ฉันเริ่มรู้สึกสูญสิ้นศรัทธาในการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์เสียแล้ว…
รถขบวนใหม่ค่อยๆ วิ่งเข้าสู่สถานี ชั่ววินาทีแห่งความหดหู่นั้น ฉันตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปในขบวนรถตามแอนดรอยด์ตัวนั้นไปอย่างเงียบเชียบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาฉันได้แต่ปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นไปเปล่าๆ วันนี้ฉันในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งสมควรที่จะหาทางออกเพื่อปกป้องชะตากรรมของมวลมนุษย์ไว้ โชคดีที่เสียงล้อรถบดขยี้กับรางเหล็กดังสนั่นพอที่จะกลบเสียงเต้นระรัวของหัวใจฉันได้มิดชิดขณะที่ขยับตัวไปยืนใกล้มัน ฉันแอบมองมันยืนพิงเสาฟังเพลงของมนุษย์ด้วยความสนใจใคร่รู้ เสียงจังหวะดนตรีปนเสียงร้องโหยหวนแผดดังออกมานอกสายหูฟังสีขาวคู่นั้น กลไกอวัยวะภายในของมันคงรองรับเสียงดังได้มากกว่า 140 เดซิเบลติดต่อกันอย่างสบายๆ เพราะมันดูจะเพลิดเพลินกับแรงสั่นสะเทือนของเสียงกลองที่ทะลุทะลวงออกมาข้างนอกเหลือเกินทั้งที่ฉันเองรู้สึกเหมือนแก้วหูตัวเองกำลังปริแตกเป็นเสี่ยงๆ ได้แต่ภาวนาให้ช่วงเวลาอันทรมานนี้จบสิ้นลงโดยเร็ว ภาพอาคารบ้านช่องตึกสูงภายนอกที่วิ่งผ่านสายตาไปไม่ได้ทำให้ฉันเพลิดเพลินใจไปด้วยเลย เมื่อสำเหนียกได้ว่าชะตากรรมของมนุษย์จะถึงกาลอวสานในไม่นานนี้แล้ว ดูจะไม่มีใครรอบข้างที่สนใจแอนดรอยด์ตัวนี้เหมือนฉัน มันช่างกระทำตัวเลียนแบบมนุษย์ได้ไม่ผิดเพี้ยน หากไม่ได้จับตามองตั้งแต่ต้น มีหรือฉันจะรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอย่างเราๆ รถไฟฟ้าแล่นผ่านไป 2 สถานีแล้ว จู่ๆ ฉันก็เห็นมันทำท่าหงุดหงิดอะไรสักอย่าง ทั้งที่มันยืนพิงแอบเสากลางขบวนรถราวกับสัตว์ไร้กระดูกอยู่ตลอดแต่มันก็ยังขยับขาไปมาเหมือนจะสลัดความเมื่อยขบจากการยืนบนส้นแหลมเล็กเช่นเดียวกับมนุษย์ผู้หญิง น่าแปลกที่รัฐบาลยังใส่โปรแกรมความรู้สึกปวดเมื่อยให้มันได้ แต่กลับไม่ได้ป้อนข้อมูลเรื่องพฤติกรรมสัตว์สังคมให้ มันจึงทำตัวประหนึ่งใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจเจกไม่สนใจมนุษย์คนอื่นรอบข้าง ฉันรีบถอนมือออกจากเสาที่เกาะอยู่เมื่อปลายเส้นผมสากตรงและแผ่นหลังของมันนาบลงมากับเสาอีกครั้ง มันไม่ได้มีทีท่าจะรู้สึกว่าร่างกายสัมผัสโดนเลือดเนื้อที่แท้จริงของมนุษย์อย่างฉันและคนอื่นๆเลย ความรู้สึกหวาดกลัวสิ่งแปลกปลอมผุดขึ้นทันควัน ฉันลนลานเอามือมาถูกับชายเสื้อตัวเองทันที มนุษย์ผู้ชายข้างๆฉันหันไปมองมันทีสลับกับฉันที แววตามีคำถามแต่ฉันไม่มีเวลาพอจะอธิบายกับเขาหรอก ฉันต้องเก็บข้อมูล ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้เพื่อตัวเอง แต่ก็เพื่อพวกมนุษย์หน้าโง่ผู้ไร้การระวังตัวพวกนี้ทั้งนั้นแหละ
และแล้วมันก็ลงไปนั่ง อีกเพียง 2 สถานีก็จะถึงปลายทาง ฉันเลือกนั่งตรงที่ว่างตรงข้ามกับมัน แววตาเราสบกันอยู่แว่บหนึ่ง แล้วก็มันเสมองไปทางอื่นก่อนจะล้วงหยิบวัตถุคู่กายในกระเป๋าหนังออกมาอีกครั้ง ฉันนั่งตัวแข็งทื่อ หรือว่ามันรู้ตัวแล้วว่าฉันสะกดรอยตามดูพฤติกรรมมันอยู่ ถึงได้หยิบอุปกรณ์เสริมพลังงานของมันอีกตัวขึ้นมาเพื่อเตรียมต่อสู้…
ที่แท้มันก็เพียงแค่กดอะไรเล่นบนหน้าจอฆ่าเวลาเท่านั้นเอง เพียงครู่เดียวก็มีเสียงเพลงดังลั่นออกมาจากวัตถุในมือมัน ฉันเห็นมันรีบกระตุกสายสีขาวออกแล้วยกเจ้าวัตถุนั่นแนบหู สีหน้าสดชื่น ก็แน่ล่ะ สามารถชาร์จพลังงานได้ถึงสองทางในเวลาเดียวกันผ่านทางหูซ้ายและหูขวาคงทำให้มันรู้สึกเต็มอิ่ม มันเริ่มหัวเราะและพูดคุยเรื่องส่วนตัวต่างๆของตัวเองเสียงลั่นราวกับเป็นหัวข้อระดับชาติที่ผู้คนทุกคน ณ ที่นี้ต้องรับรู้ วิเศษจริงๆ ดูท่ามันจะไม่มีเวลาสำหรับ “ความเงียบ” บ้างเลย เท่าที่ฉันรู้มาบ้างก็คือว่า แอนดรอยด์พวกนี้ปรารถนาจะกลายเป็นมนุษย์จริงๆให้ได้ ถึงแม้มันจะรู้ว่าลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกับมนุษย์มากแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็ยังคงเกลียดความว่างเปล่าของตัวเองอยู่ดี ความเงียบงันสงบนิ่งคงทำให้มันหวนนึกถึงข้างในจิตวิญญาณที่กลวงโหวงจนต้องใช้เสียงสังเคราะห์ต่างๆ มาเติมเต็มการรับรู้ตัวตนของมันเอง ฉันหดหู่ใจแทนพวกมันก็จริง เพียงแต่ฉันก็อดกลัวขีดความสามารถในการขบคิดด้วยตัวเองของมันไม่ได้เช่นกัน ถึงวันหนึ่งแล้วหากมันคิดได้มากกว่านี้ มนุษย์จะตกเป็นเบี้ยล่างมันหรือเปล่า แล้วเมื่อนั้นพวกมันจะทำลายกฎ 3 ข้อของแอนดรอยด์ที่อาซิมอฟตั้งไว้ได้ด้วยใช่หรือไม่ แค่กฎเพียงข้อแรกข้อเดียวที่ว่าห้ามพวกมันทำอันตรายมนุษย์ถูกทำลายไป กฎข้ออื่นก็ย่อมจะตามมา นั่นหมายถึงมันจะไม่เชื่อฟังมนุษย์อีกต่อไปอย่างที่กฎข้อที่ 2 บัญญัติไว้ ดีไม่ดีฉันกลัวว่ามันจะยกกฎข้อที่ 3 มาสำคัญเหนือกฎข้ออื่น หากมันเลือกที่จะปกป้องการมีอยู่ของตัวเอง และละทิ้งกฎทุกข้อไป เราจะทำอย่างไร?
แต่ถึงอย่างไรเสีย มนุษย์ก็ต้องมาเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว ฉันเชื่อมั่นในความเหนือกว่าของเผ่าพันธุ์เรา ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่ามนุษย์อีกแล้ว อย่าว่าแต่สิ่งไม่มีชีวิตที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง มีหรือมันจะสู้เราได้!
เสียงขบวนรถเคลื่อนเข้าสู่ชานชาลาปลายทางพร้อมกับแรงเบรคที่ปลุกให้ฉันกลับมาสู่ความเป็นจริง ตรงหน้าไม่มีร่างของแอนดรอยด์เพศเมียตัวนั้นแล้ว ฉันผุดลุกขึ้นยืนโดยเร็วพลางสอดส่ายสายตาไปรอบๆ แย่จริงที่มัวแต่คิดวิตกจนมันคลาดสายตาไปได้ ฉันคร่ำครวญกับตัวเอง แล้วพรวดพราดแหวกฝูงมนุษย์ที่กรูกันไปออตรงช่องทางออกอย่างบ้าคลั่ง
นั่น! มันกำลังใช้มือขวาสอดบัตรขณะที่มือซ้ายวุ่นวายอยู่กับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ประจำตัว เพราะความงุ่มง่ามของมันทำให้ฉันตามมาทัน ฉันคิดอย่างลิงโลดใจ เพียงครู่เดียวฉันก็อยู่ในระยะประชิดตัวมันได้สำเร็จ มันยังคงไม่รู้ตัวเพราะเพลิดเพลินกับการชาร์จพลังงาน ฉันสะกดรอยตามมันไปเรื่อยๆ จนถึงอาคารใหญ่สูง 30 ชั้นแห่งหนึ่งริมถนน และต้องชะงักเมื่อเห็นมนุษย์หนุ่มในชุดเครื่องแบบรักษาความปลอดภัยยืนทะมึนอยู่เบื้องหน้า แอนดรอยด์ตัวนั้นหยิบสายยาวๆออกจากกระเป๋าหนังมาห้อยคอแล้วเดินเข้าไปในอาคารด้วยท่วงท่าเป็นธรรมชาติ ฉันรู้ดีว่าภารกิจวันนี้คงจบเพียงเท่านี้ เสียดายที่ไม่ได้เตรียมตัวมาดีพอที่จะเข้าไปข้างในนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันค่อนข้างมั่นใจคือ ภายในอาคารต้องมีเครือข่ายแม่ที่เรียกว่า คอมพิวเตอร์ คอยหล่อเลี้ยงพลังงานชีวิตของแอนดรอยด์อยู่แน่นอน มันเป็นอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ขั้นสูงที่รุกล้ำโลกมนุษย์มาหลายสิบปีแล้วตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 และค่อยๆพัฒนาอัจฉริยภาพของตัวเองจนมาถึงระดับนี้และคงจะก้าวไกลไปมากกว่านี้เรื่อยๆ น่าหวาดหวั่นที่ปัจจุบันมนุษย์แทบจะขาดมันไม่ได้ มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเหมือนเป็นปัจจัยที่ 5 คอยโยงใยขับเคลื่อนดาวเคราะห์ดวงนี้ในศาสตร์แทบทุกแขนง การที่มนุษย์ร่วมมือกับเจ้าตัวที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ให้กำเนิดครึ่งคนครึ่งเครื่องจักรอย่างแอนดรอยด์ออกมาเช่นนี้ เรียกได้ว่าเป็นเหมือนการทรยศบรรพบุรุษมนุษย์เราอย่างสิ้นเชิง ที่ฉันทำใจยอมรับไม่ได้เด็ดขาดก็คือ รัฐบาลฉ้อราษฎร์ของทั่วโลกกลับคิดไกลถึงขนาดจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์เพื่อเปลี่ยนประชากรให้เป็นแอนดรอยด์ทั้งหมด แล้วจะได้ขึ้นเป็นใหญ่โดยมีแค่พรรคพวกตัวเองคอยชักใยบงการคอมพิวเตอร์อีกที นึกแล้วก็น่าอดสูเหลือเกิน ฉันต้องเปิดโปงแผนการนี้ให้พวกมนุษย์สายพันธุ์บริสุทธิ์รู้ให้ได้ในเร็ววัน เราจะได้ขับไล่มันและฟื้นฟูความเป็นคนที่แท้จริงอีกครั้ง!
มนุษย์ในเครื่องแบบสีฟ้านั่นกำลังมองมาที่ฉันอย่างไม่ไว้ใจ หมดหนทางที่จะเข้าไปข้างในแล้ว แต่อย่างไรเสีย ฉันก็ยังมีโอกาสลอบติดตามแอนดรอยด์เพศเมียตัวนี้กลับไปรังของมันในตอนค่ำได้อยู่ดี ไม่จำเป็นที่ฉันต้องเร่งรีบเกินไปนัก แค่จะเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเพื่อเอากลับไปวิเคราะห์หาจุดอ่อนโจมตีมันและเปิดโปงรัฐบาลที่อยู่เบื้องหลังก็เพียงพอแล้ว แต่หากจำเป็นจริงๆ ฉันก็พร้อมสละชีวิตต่อสู้กับความลวงโลกจนถึงที่สุด!
………………………………………
…………………………………………………
…………………………………………………………….
…………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………..
เวลา 8 ชั่วโมงเต็มที่ฉันต้องนั่งรอไม่นับว่าสูญเปล่าเมื่อแอนดรอยด์ตัวเดิมเดินก้าวออกมาจากอาคารใหญ่ ท่าทางมันดูอ่อนเพลียลงมาก ฉันจับตามองเขม็งอยู่ตรงมุมถนนใกล้สวนหย่อมด้วยกลัวว่ามันจะหลุดลอดสายตาไปได้อีกครั้ง มันหันซ้ายขวาเหมือนจะมองหาใครสักคนขณะที่โปรแกรมการสื่อสารซ้ำซากผ่านวัตถุทรงเหลี่ยมเริ่มขึ้นอีกครั้ง ฉันคิดไว้ไม่มีผิด มันห่างจากอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์เหล่านี้ไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว อยากรู้นักว่าถ้าฉันวิ่งเข้าไปแย่งแหล่งกำเนิดพลังหรือเครื่องมือลอบติดต่อกันของมันมาทำลายทิ้งแล้ว มันจะยังดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือไม่ หรือว่ามันจะเกิดประจุไฟฟ้าวิ่งพล่านแล้วหยุดทำงานไปเฉยๆ หรือไม่แน่ฉันอาจจะโดนทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตเลยก็ได้ เรื่องแบบนี้ต้องคิดให้รอบคอบก่อนทำ จะวู่วามไม่ได้เพราะฉันยังไม่รู้ความสามารถที่แท้จริงของมัน เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ฉันแกล้งเดินปะปนกับผู้คนรอบข้างทั้งๆที่ยังจับจ้องเป้าหมายไม่วางตา มันยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่ข้างหน้าอาคาร แม้จะอยู่ในระยะไกลแต่ฉันก็ยังเห็นได้ว่า ใบหน้ากลมอูมของมันแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเครื่องสำอางแต่คงเป็นเพราะระบบกลไกในตัวมันกำลังทำงานหนัก คาดว่ามีปัญหากับขั้นตอนการสื่อสาร อาจจะมีการส่งผ่านข้อมูลผิดพลาดหรือไม่ก็ข้อมูลที่ส่งไปโดนปฏิเสธ มันแสร้งทำเป็นโกรธแบบมนุษย์ผู้หญิงได้เหมือนจริงดีทีเดียว ฉันเองยังเกือบหลงกลอยู่หลายครั้ง โปรเจคท์ที่ประดิษฐ์แอนดรอยด์ตัวนี้ขึ้นมาต้องใช้เงินไปไม่ต่ำกว่าร้อยล้านเป็นแน่…
เจ้าแอนดรอยด์เพศเมียเดินกระแทกเท้ากลับไปยังเส้นทางเดิมเมื่อเช้า ฉันแอบตามไปห่างๆ นึกระแวงว่าระบบปฏิบัติการมันจะไม่เสถียรพอแล้วอาจคลุ้มคลั่งทำร้ายมนุษย์รอบข้างได้ ใจหนึ่งฉันก็อยากจะร้องตะโกนเตือนคนอื่น แต่อีกใจก็เกรงว่าจะทำให้ความแตกกลายเป็นชนวนสงครามระหว่างแอนดรอยด์กับมนุษย์อย่างกะทันหัน ซึ่งถึงแม้จะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มันก็ไม่ควรจะเป็นวันนี้ เวลานี้ เวลาที่เด็กนักเรียนตัวน้อยเดินเกี่ยวก้อยกับมนุษย์เพศแม่ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มใต้แสงแดดอ่อนละมุน ชายชราสูงวัยกลุ่มใหญ่เดินออกกำลังกันบนพื้นหญ้าเขียวสะอาดตา ผู้คนบริสุทธิ์อยู่บริเวณนี้มากเกินไป ฉันไม่อยากเสี่ยงให้เกิดโศกนาฏกรรมโดยไม่จำเป็น อย่างน้อยมนุษย์ต้องมีเวลาเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้ที่จะต่อสู้กับพวกมัน
จู่ๆมันก็หยุดชะงักและหันหลังกลับมามอง ฉันไม่ทันระวังตัวจึงทำได้แค่แกล้งเดินผ่านไปเพื่อกลบเกลี่อนไม่ให้มันรู้ว่าฉันแอบสะกดรอยตามมันมา โชคร้ายที่มันได้เห็นหน้าฉันแล้วอีกครั้งหนึ่ง ฉันคงต้องระวังมากกว่านี้ การให้ศัตรูได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเราถึง 2 ครั้งในวันเดียวกันนับเป็นข้อเสียเปรียบมาก มันมองฉันแบบไม่วางใจนักแต่ก็ดูไม่ติดใจสงสัยอะไรเมื่อเห็นฉันเดินเลี้ยวเข้าซอยไป พ้นสายตามันแล้ว ฉันกลั้นหายใจอย่างตื่นเต้น หัวใจเหมือนจะระเบิดออกมานอกอก พอระงับความหวาดกลัวได้แล้ว ฉันค่อยๆ ก้าวเท้าที่สั่นเทาออกมา สายตาสอดส่ายมองหาเป้าหมายอีกครั้ง ฉันเห็นหลังมันไวๆที่ห้างสรรพสินค้าหรูหราตรงหน้า มันคงกำลังวางแผนจะทำตัวให้คล้ายคลึงมนุษย์ในระบบบริโภคนิยมอย่างเราๆ ตอนแรกก็แกล้งทำเป็นผู้ตามกระแสที่ดี แต่ในไม่ช้ามันต้องคิดจะก้าวเป็นผู้นำเพื่อหลอกล่อให้มนุษย์ทั้งหลายติดกับและคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกับที่มันกำหนด เมื่อมนุษย์ตกอยู่ในเบ้าหลอมเดียวกันแล้วก็เหมือนเป็นสินค้าอุตสาหกรรม Mass production จะชี้นำให้ไปทางใดก็ย่อมทำได้โดยง่าย กว่าที่พวกมนุษย์จะรู้สึกตัว แอนดรอยด์ก็คงมาแทนที่มนุษย์ทั้งหมดแล้ว…
ฉันพยายามเว้นระยะห่างจากมันให้มากกว่าเดิม ถ้ามันเห็นฉันอีกทีคราวนี้คงจะไม่เกิดผลดีกับฉันแน่ มันเดินวางท่าเข้าไปในร้านเครื่องสำอาง จ้องมองสินค้าต่างๆอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหยุดตรงมุมที่มีมนุษย์ผู้หญิงหลายสิบคนยืนเบียดเสียดมุงดูอะไรสักอย่างราวกับเป็นรังปลวกขนาดมหึมา ฉันแสร้งเลี้ยวเข้าแผนกรองเท้าที่อยู่ไม่ห่างออกไปนักเพื่อที่จะจับตาดูมันได้ถนัดโดยไม่ผิดสังเกต ที่แท้มันก็กำลังสนใจฟังพนักงานสาวหุ่นเซ็กซี่ยืนบรรยายสรรพคุณผลิตภัณฑ์ความงามทั้งหลาย ทั้งอาหารเสริมช่วยลดน้ำหนัก ครีมโลชั่นทาผิวขาวใส แชมพูเพื่อเส้นผมยาวตรงสลวย น้ำหอมกลิ่นมัดใจชาย ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่จอมปลอมเหลือเกินในความคิดฉัน แต่มันก็ฉลาดที่สามารถทำตัวกลมกลืนไปกับมนุษย์เพศหญิงทั้งหลายได้ไม่ผิดเพี้ยน ทั้งที่มันเองนั่นแหละเป็น “นางนกต่อ” ส่งผ่านวัฒนธรรมบริโภคนิยมอันโง่เขลามาจากกระแสโลกาภิวัฒน์ที่ชอนไชไปทั่วโลก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่ามันเป็นแอนดรอยด์ที่รับคำสั่งจากใคร คอยแทรกตัวและส่งต่อระบบความคิดจาก”นายเหนือหัว” ของมันให้มนุษย์เป็นทอดๆ จนในที่สุดแล้ว มนุษย์ก็จะเป็นพิมพ์เดียวกัน นิยมรูปลักษณ์ประเภทเดียวกัน บริโภคอาหารชนิดเดียวกัน และร้ายที่สุด ก็คือกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้การวิเคราะห์เฉกเช่นเดียวกันหมด เมื่อนั้นการแยกแยะแอนดรอยด์กับมนุษย์ก็จะทำได้ยากยิ่ง ฉันกลั้นหายใจระงับความตื่นเต้นแล้วพยายามเข้าใกล้มันให้มากขึ้นเพื่อสังเกตพฤติกรรม มันคว้าตะกร้าโกยสินค้าชนิดต่างๆลงไปอย่างไม่ลังเลด้วยใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ดูๆไปก็คล้ายกับเป็นการระบายอารมณ์เคร่งเครียดที่มันเป็นอยู่เมื่อครู่ ทั้งที่ฉันไม่คิดว่าการจับจ่ายซื้อของจะช่วยผ่อนคลาย “อารมณ์” ให้หุ่นยนต์ได้เหมือนกับที่มนุษย์บางจำพวกเป็น ที่มันมีสีหน้าดีขึ้นน่าจะเป็นเพราะอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์สองสายนั่นมากกว่า หรือไม่ก็คงเป็นเพราะเสียงโฉ่งฉ่างกระหึ่มของดนตรีเต้นรำจากเครื่องเสียงตัวโตนั่นกระมัง
การลอบติดตามมนุษย์จำแลงเพศเมียของฉันยังดำเนินไปอย่างระทึก หลายต่อหลายครั้งที่มันเหมือนจะสังเกตเห็นฉันแต่ฉันก็หลบได้หวุดหวิดทุกครั้งไป คงเพราะจิตใจ (หรือฉันจะเรียกว่าระบบการประมวลผลน่าจะถูกกว่า) ของมันไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวนักเพราะฉันเห็นมันก้มลงดูวัตถุคู่กายในมือเป็นระยะ สีหน้าครุ่นคิดแกมเศร้าเสียใจ หรือว่ามันจะขาดการติดต่อกับ “แอนดรอยด์” ตัวอื่นไปซะแล้ว! อา…พระเจ้าช่างเข้าข้างฉันซะจริงๆ ไม่เช่นนั้นชีวิตฉันคงต้องเสี่ยงอันตรายใหญ่หลวงแน่หากยืนยันจะสะกดรอยตามมันกลับไปยังรังทดลอง การที่มันขาดการติดต่อกับพวกเดียวกันย่อมทำให้งานของฉันสะดวกปลอดภัยมากขึ้น หากจำเป็นฉันอาจจะต้องทำการปิดสวิตซ์มันก่อนซะ แล้วหลังจากนั้นค่อยหาทางประจานต่อสังคมโลกถึงแผนร้ายที่รัฐบาลและองค์กรอุบาวท์ร่วมกันคิดค้นขึ้นมา วันนี้สมเป็นวันที่เหมาะแก่การบุกประจัญบานจริงๆ ไม่เสียแรงที่ฉันตัดสินใจก้าวขึ้นรถไฟฟ้าขบวนนั้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว!
ความมืดภายนอกโรยตัวครอบคลุมเหนือห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์แห่งนั้น แสงสว่างจ้าจากหลอดไฟนีออนนับหลายร้อยดวงทั่วบริเวณสาดส่องปะทะกับแสงราตรีทะมึนยามค่ำคืนที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามา เหมือนความรู้สึกหวาดหวั่นของฉันที่กำลังต่อสู้กันเอง ใจหนึ่งที่รักตัวกลัวตายบอกให้ฉันเลิกล้มความตั้งใจก่อนที่ทุกอย่างจะตัวเองจะดำดิ่งสู่อันตราย อีกใจหนึ่งกลับปลุกเร้าให้ฉันก้าวต่อไปเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ เพราะในเวลานี้มีฉันเพียงคนเดียวที่รู้ความจริงอันแสนน่ากลัวนี้ อำนาจฝ่ายดีและฝ่ายเลวในตัวของฉันผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่แล้วในช่วงเวลาแห่งความลังเลนั้น เจ้าแอนดรอยด์ก็หยุดยืนคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนจะหันซ้ายหันขวาด้วยท่าทีหวาดระแวง มันกำลังมองหาฉันแน่ๆ! วินาทีนั้นเองที่ฉันตัดสินใจว่าภารกิจใหญ่นี้จะล้มกลางคันไม่ได้เสียแล้ว อย่างไรเสียฉันก็ควรเสียสละตัวเองเพื่อหมู่มวลมนุษย์ถึงจะเรียกได้ว่า เกิดมาไม่หนักแผ่นดิน ไวเท่าความคิด ฉันพุ่งพรวดไปยืนหลบอยู่ข้างเสาบริเวณป้ายรถเมล์ สายตาจับจ้องเป้าหมายไม่ให้คลาด ไม่สนใจกับปฏิกิริยางงงวยของคนรอบข้าง บางคนรีบถอยห่างออกจากฉันราวกับเห็นตัวประหลาด อีกไม่นานหรอก แววตาระแวงนี้ก็ต้องเปลี่ยนไปในทางตรงกันข้ามเมื่อได้รู้ความจริงเหมือนที่ฉันรู้ ถึงตอนนั้นฉันก็คงทำได้แค่ให้ความเมตตาปราณีต่อมนุษย์มดปลวกผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เท่านั้น มันยังมองไปรอบๆตัว ท่าทีไม่สบายใจนัก อาจรู้ตัวแล้วก็เป็นได้ว่ามีใครบางคนกำลังจับตามองดูมันอยู่ มนุษย์เทียมพวกนี้ต้องได้รับการติดตั้งระบบกลไกต่างๆเพื่อป้องกันศัตรูมาอย่างดีอยู่แล้ว ฉันจะทำอย่างไรดี หรือจะมีหนอนบ่อนไส้แปลกปลอมอยู่ในกลุ่มชนแถวนี้ด้วยเพื่อคอยบอกความเคลื่อนไหวของฉัน คงต้องมีใครบอกใบ้มันเป็นแน่! ฉันขบฟันกับเนื้อตรงกระพุ้งแก้มอย่างกลัดกลุ้ม สายตากราดมองไปรอบข้างพยายามหาบุคคลที่น่าสงสัย ความตื่นตระหนกทำให้ฉันไม่ทันระวังตัวเท่าที่ควร แค่เพียงพริบตาเดียว จู่ๆแอนดรอยด์เพศเมียตัวเป้าหมายก็หันมาสบตาฉันอย่างจัง แววตามันลุกโพลง คล้ายตื่นกลัวตระหนกระคนเกลียดชัง
ช้าไปแล้วที่ฉันจะหลบอีก มันเคยเห็นฉันแล้ว และคราวนี้ปฏิกิริยาของมันบ่งบอกชัดเจนว่ามันจำฉันได้ มันรู้ว่าฉันแอบตามมันมา! ฉันเห็นมันเดินถอยหลังช้าๆ มือล้วงเข้าไปควานหาอะไรสักอย่างในกระเป๋า มันมีอาวุธ!
ในอึดใจเดียวที่ฉันวิ่งออกจากที่ซุ่มหลบ พุ่งตัวไปที่เป้าหมายอย่างไม่คิดเสียดายชีวิต ในเมื่อมันมีอาวุธร้ายกาจติดตัวมาและมันกำลังจะหยิบออกมาทำอันตรายศัตรู ซึ่งก็หมายถึงฉัน แต่มนุษย์รอบข้างนี่สิ มันคงไม่สนใจหากจะทำให้สิ่งมีชีวิตพวกนี้ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง เพราะนั่นยิ่งทำให้งานมันสำเร็จได้รวดเร็วขึ้นด้วยซ้ำ ฉันต้องหยุดมันให้ได้ ฉันต้องหยุดมัน หยุดมัน….
เสียงหวีดร้องดังก้องจนผู้คนแตกฮือ มันกรีดเสียงแหลมเล็กหลายต่อหลายครั้งเมื่อฉันกระตุกผมยาวตรงของมันอย่างแรงด้วยกรงเล็บทรงอานุภาพ ตามด้วยกระชากกระเป๋าที่มันกำลังล้วงอยู่มาเหวี่ยงทิ้งกับพื้น ข้าวของต่างๆนานาข้างในกลิ้งกระเด็นกระจุยกระจาย มีทั้งเครื่องสำอาง กระเป๋าเงิน ของกระจุกกระจิก ที่สำคัญก็คือ มันมีเครื่องชาร์จไฟ อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ และเครื่องช็อตไฟฟ้า! ฉันก้มมองของบางอย่างที่หายไป นั่นไง! วัตถุสี่เหลี่ยมในมือนี่เอง มันกำลังจะรายงานข่าวให้กับพรรคพวกหรือไม่ก็นายของมัน ฉันรีบคว้าของในมือมันมา
เขวี้ยงลงกับพื้น ป้องกันไม่ให้มันติดต่อใครได้และเหยียบเครื่องช็อตไฟฟ้าจนแหลกละเอียดคาเท้า เศษอุปกรณ์แตกกระจายพร้อมๆกับที่เสียงร่ำไห้ราวมนุษย์ผู้หญิงสะอึกสะอื้นออกจากปากกลมแดงของมันไม่หยุด ฉันล้วงคัตเตอร์ขนาดเล็กออกมาจ่อใส่มัน คนรอบข้างถอยห่างเป็นวงกลมล้อมรอบจุดที่ฉันกับมันยืนอยู่ราวกับเราตกอยู่ในวงล้อมอันแสนฟั่นเฟือน ผู้คนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันจนเกิดเป็นเสียงพึมพำกระหึ่มไปทั่ว สีหน้าแววตาตื่นกลัว บ้างก็แอบฉายแววสนุกตื่นเต้น บ้างก็ทำหน้าสนใจใคร่รู้ ต่างเบียดเสียดกันเพื่อจะมองให้เห็นเหตุการณ์ เพียงแต่อยู่ในระยะห่างที่ปลอดภัยกับตัวเองเท่านั้น ความกระเหี้ยนกระหือที่จะเสพเรื่องราวของมนุษย์เหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าฉันมีพรรคพวก “มนุษย์ที่แท้จริง”เคียงข้าง เวลาแค่ไม่ถึงนาทีที่ฉันเข้าบุกประชิดแบบไม่ให้มันได้ตั้งตัวนับว่าได้ผลเกินคาด มันคงไม่คิดว่าฉันจะยอมสู้ตายเพื่อหยุดยั้งมนุษย์ประดิษฐ์อย่างมัน ก็แค่ใช้วิธีการขู่เล็กๆน้อยๆ หากเป็นคนอื่นคงกลัวหัวหดจนต้องล่าถอยไปแล้ว แต่มันคิดผิด นั่นใช้ไม่ได้กับคนอย่างฉันหรอก!
บัดนี้น้ำหูน้ำตาพร่างพรูทั่วใบหน้าของมัน ซึ่งฉันรู้สึกอัศจรรย์ใจมากที่แอนดรอยด์รุ่นนี้มีการติดตั้งต่อมน้ำตาไว้ด้วย น่าหาเหตุผลเหลือเกินว่าแอนดรอยด์จำเป็นต้องมีต่อมนี้ไว้เพื่ออะไรกันแน่ หรือว่ามันจะรู้ว่าการ “บีบน้ำตา” เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งของมนุษย์ที่ใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ เนื้อตัวถลอกปอกเปิกของมันจากแรงดิ้นรนขัดขืนสั่นระริก ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น “ความหวาดกลัว” ในแววตาของสิ่งอื่นใดที่นอกเหนือจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเลย โดยเฉพาะกับเจ้าสิ่งที่ไม่ได้มีเลือดเนื้ออย่างพวกหุ่นยนต์แบบนี้! ริมฝีปากแห้งผากภายใต้มุกเคลือบสีแดงพะเงิบพะงาบขอความช่วยเหลือ แน่ล่ะ ฉันเห็นมันโปรยสายตาวิงวอนให้กับกลุ่มมนุษย์จอมมุงทั้งหลาย แต่มันยังรู้จักพวกเราน้อยไป มนุษย์พวกนี้ทำหน้าที่แค่เป็นผู้สังเกตการณ์ ไม่มีใครยอมก้าวก่ายหน้าที่อื่นนอกจากการใช้สายตาจับจ้องและใช้ปากวิพากษ์เรื่องราวต่างๆตรงหน้าอย่างเมามัน เรื่องที่จะขอให้มีคนกระโดดพุ่งเข้ามาสู้กับคนร้าย (ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ฉัน ฉันกำลังทำหน้าที่พลเมืองดีที่ต้องกุมความลับระดับโลกไว้ต่างหาก) ก็คงมีแต่ในจออิเลคทรอนิกส์ที่คอยป้อนข้อมูลผิดๆ หลอกลวงผู้คนไปวันๆ ไม่อยู่ในโลกความเป็นจริงเท่านั้นแหละ น่าเสียดายที่มนุษย์เป็นสิ่งซับซ้อนเกินกว่าจะ “สร้าง” ขึ้นมาอย่างผิดธรรมชาติได้ เพราะถึงแม้กระบวนการก่อกำเนิดทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะบันดาลให้เกิดคนขึ้นมาได้จริง แต่ขั้นตอนการเป็น “มนุษย์อย่างสมบูรณ์” นั้นใช่ว่าจะทำกันได้โดยง่าย แอนดรอยด์อย่างมันคงไม่เข้าใจหรอก ดีไม่ดีพวก “มนุษย์จอมปลอม” อย่างรัฐบาลและองค์กรวายร้ายพวกนั้นเองก็เถอะ ยังไม่เข้าใจการเป็นมนุษย์เลยด้วยซ้ำ!
เวลาผ่านไปเพียงแค่ 10 นาทีนับจากการบุกประชิดตัว แต่เหมือนกับว่าโลกในความคิดฉันได้หยุดนิ่งไปชั่วกัลป์ ความปีติจากชัยชนะทำให้ฉันเผลอไผลดื่มด่ำอยู่ในภวังค์อีกครั้ง กว่าที่จะนึกขึ้นมาได้ว่าภารกิจสำคัญในครั้งนี้ คือการเปิดโปงโฉมหน้าแอนดรอยด์ในคราบมนุษย์เพื่อประจานความชั่วร้ายของผู้อยู่เบื้องหลัง พรรคพวกของมันก็มาถึงพอดีโดยที่ฉันไม่ทันระวัง…
“ดูกันให้เต็มตา มนุษย์ทั้งหลาย มันไม่ใช่มนุษย์ผู้หญิงอย่างที่พวกท่านคิด มันไม่ใช่พวกเดียวกับเรา มันแทรกซึมมาเพื่อหาทางกำจัดพวกเรา วันนี้แหละ ข้าพเจ้าจะฉีกหน้ากากนี้ออกซะ ทุกท่านจะได้ตาสว่างและเห็นว่ารัฐบาลทำอะไรกับเราบ้าง มันเป็นหุ่นยนต์ มันเป็นไซบอร์ก มันเป็นแอนดรอย์ ดูซะ!” ฉันเกร็งข้อมือข้างขวาบีบคางมันให้หันหน้ามาอย่างแรง มือกำคัตเตอร์ไว้ข่มขู่ มันร้องโอดโอย ดูน่าเวทนา ผู้คนส่งเสียงฮือฮาเมื่อตอนที่ฉันเริ่มจิกเล็บยาวคมทั้ง 5 ไปที่แก้มข้างซ้ายของมัน ภายใต้เนื้อหนังเต่งตึงนี้ก็เป็นเพียงโครงเหล็กผสมเยื่อสังเคราะห์อย่างดี ฉันรู้ เมือกเข้มข้นสีแดงคล้ำซึมออกมาตามแรงเล็บที่ฉันครูดไปบนผิว หากเป็นมนุษย์ นั่นคงเรียกว่าเลือด แต่ในเมื่อมันเป็นเพียงสิ่งไร้ชีวิตที่ขยับได้เพราะแผงวงจรอิเลคทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ ฉันก็ไม่สามารถนิยามได้ว่า นั่นคืออะไร ก็คงเป็นแค่ของเหลวเทียมสีแดงคล้ำไว้ลวงตาเด็กอมมือเท่านั้น มือสองข้างของมันค่อยๆยกพนมเหนือหัว มันไหว้ขอชีวิตของมัน ช่างน่าขำซะจริงๆ
“ฉันจะเปิดโปงแก ไอ้พวกหุ่นกระป๋อง” ฉันคำรามใส่มัน เมื่อกรงเล็บธรรมดาดูท่าจะลอกหน้าหนังหุ้มเหล็กของมันไม่ออก ฉันคงจะประเมินวัสดุที่ใช้ทำแอนดรอยด์ต่ำไปหน่อยเสียแล้ว จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อื่น แน่นอน คัตเตอร์ที่ฉันพกมาด้วยย่อมเป็นประโยชน์ ผู้คนรอบข้างส่งเสียงกรีดร้องดังกว่าเก่าพอๆกับที่นางมนุษย์กำมะลอตาเหลือกลานด้วยความหวาดหวั่นถึงขีดสุดทันทีที่คัตเตอร์ในมือของฉันเลื่อนไปที่ใต้คางของมัน…
“เดี๋ยวจะได้เห็นกันให้เต็มตา อย่าตกใจพรรคพวกของข้าพเจ้า มันไม่ตายหรอก เพราะมันไม่ใช่มนุษย์” ฉันตะโกนเสียงดังเพื่อให้ “เพื่อนมนุษย์” ของฉันคลายความตระหนก ความภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้ฉีกหน้ากากของรัฐบาลสร้างความกล้ายิ่งยวดให้ฉัน แต่ก่อนที่ความจริงจะเปิดเผย แรงกระแทกหนักหน่วงจากด้านหลังและด้านข้างก็ปะทะเข้ามาพร้อมกันจนร่างกายฉันถูกผลักกระเด็นออกห่างจากแอนดรอย์ไปไกล ฉันมึนงงไปชั่วขณะไม่รู้ว่าเป็นแรงอะไร เพียงแต่มันจู่โจมกะทันหันและทรงอานุภาพเหลือเกินถึงกับทำให้ฉันกลิ้งไปกระแทกกับเสา ในช่วงที่สติสัมปชัญญะใกล้ดับวูบเต็มที ฉันพลันระลึกขึ้นมาได้ว่า ฉันเสียท่ามันซะแล้ว ฉันยังทำงานช้าไปก้าวหนึ่งและประมาทเกินไป สมน้ำหน้าตัวเองที่ประเมินศัตรูไว้ต่ำเกินไป เสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงของฝูงชนมากมายรอบตัวฉันทำให้ฉันได้ตระหนักถึงความจริงอันแสนเจ็บปวดว่า “เพื่อนมนุษย์” ที่ฉันต้องการจะปกป้องแท้จริงแล้วนั้นก็ล้วนแต่กลายเป็น “ครึ่งคนครึ่งหุ่นยนต์” ไปแล้วเกือบทั้งสิ้น มันเป็นฝ่ายชนะแล้ว มันกลืนกินความเป็นมนุษย์ของเราไปจนได้ อนาคตข้างหน้าของฉันเองก็คงจะหนีไม่พ้นกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปที่จะถูกล้างสมอง ให้กลายเป็นแค่ มนุษย์เทียม…เท่านั้นเอง
*/////////////////////////////////////////////////////////////////////////*
“เกือบโดนกรีดหน้าแน่ะ ชั้นงี้เห็นเลือดซิบๆแล้วใจหายวาบ เลยต้องรีบโทรไปเรียกแกมาดูด้วยกัน เป็นไงคุ้มกับที่ถ่อมามั๊ยยะ มันส์กว่าดูจากโทรทัศน์เยอะเลย”
“สงสัยไปจำบทพูดมาจากหนังปฏิวัติ พี่แอบขำเลยล่ะตอนเค้าพูดว่า พรรคพวกของข้าพเจ้า แหม ใครจะไปเป็นพวกเดียวกับคนบ้า ไม่ใช่พี่คนนึงล่ะ ฮิฮิ”
“ซวยจริงๆ อีหนูนั่น ไม่รู้ไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ มาเจอคนบ้าซะได้ ถ้ามันปาดคอล่ะแย่เลย ได้ลงหน้าหนึ่งแน่ๆ ว่าแล้วพรุ่งนี้ต้องซื้อหนังสือพิมพ์ซะหน่อย จะได้ไปอวดว่าเราอยู่ในเหตุการณ์ด้วย”
“ตื่นเต้นมากๆเลยค่ะ ยิ่งตอนพุ่งมาจิกหัวนะ พิงค์นี่ตาค้างไปเลย ดีจังที่ไม่ใช่ตัวเองโดน”
“คนเยอะจริงๆเลยว่ะ บังเกือบหมด ข้าต้องปีนขึ้นไปบนต้นไม้น่ะเนี่ยถึงจะเห็นชัด”
“ท่าจะดูหนังมากไปหน่อย บอกว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลังสร้างหุ่นยนต์ล้างโลกบ้าบอ มันจะเป็นไปได้ไง”
“รถติดเป็นแพเลย ตอนแรกคิดว่ามีถ่ายหนัง ที่แท้ก็จี้ตัวประกัน คนมุงเป็นล้าน กว่าจะออกมาได้ แทบแย่ ตำรวจก็รีๆรอๆอยู่นั่นแหละ ไปนัดสายเลยชั้น เซ็งจริงๆ”
“กูก็อยากโดดเข้าไปช่วยอยู่หรอก เผื่อจะได้เป็นฮีโร่ แต่พอดีเห็นมันตาขวางๆว่ะ เลยชักปอด แฟนกูก็บอกแต่ว่าอย่าไปยุ่งๆ”
“ลูกหนูขา เค้าไม่เป็นไรหรอกค่ะ แม่ว่าเราอย่าพูดเรื่องนี้เลย แม่หวาดเสียว เราไปซื้อขนมกินกันดีกว่านะ ที่เหลือพี่ตำรวจเค้าจัดการเองแหละ พวกคนบ้า เราอย่าไปยุ่งดีกว่าค่ะ”
“เอาไปทำหนังได้เลยนะเนี่ย ใจเต้นตุบๆเลย ท้องปั่นป่วนไปหมด รีบหาไรกินเหอะ ชักหิว”
“ไป ไป ไป หมดเรื่องแล้ว ว่าแต่เดี๋ยวจะไปไหนดีวะ ดูหนังโรคจิตซักเรื่องมั๊ย 555”
“ไม่เห็นมีไรเลย ครั้งก่อนที่ไปดูคนเมายาจับตัวประกัน น่ากลัวกว่านี้อีก…”
………………………………………………….
………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………

January 1st, 2008 at 5:49 am
อ้าว ปอน ทำไมช่วงนี้แกเขียน blog น้อยลงหล่ะ
หรือยังทำใจไม่ได้
มาเขียนบ่อยๆได้แล้ว ตามอ่านอยู่เน้อ
January 4th, 2008 at 4:07 am
โทษทีแก พอดีเที่ยวหนักไปหน่อย
เดี๋ยวไว้จะเริ่มทำอะไรหลายๆ อย่างใหม่ล่ะ