เปิดไปเจอ blog พูดถึงเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้มา
อ่านแล้วรู้สึกดีที่ได้อ่าน
ปล.ตอนที่เอามาเป็นของคุณต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย แห่ง phoenomena
ผมเป็นคนทำงานโฆษณา ผมคือผู้กำกับหนังโฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
ผมรักงาน ผมชอบทำงาน
หลายคนพูดว่าผมเป็นคนเก่ง
แต่คุณรู้ไหมว่า เมื่อหลายปีที่แล้ว ผมรู้สึกว่าผมเป็นอะไร
ผมรู้สึกว่าผมเป็นแค่…
ขี้หมาก้อนเล็กๆก้อนหนึ่ง ที่อยู่บนพื้นคอนกรีตตอนผมอายุ25 ผมเริ่มทำงานโฆษณา
ยิ่งทำ ยิ่งรู้ ยิ่งเห็น ยิ่งศึกษา
ผมก็พบว่าแท้ที่จริงแล้ว
โฆษณาก็คือ เครื่องมือตัวหนึ่งที่จะสร้างผลกำไรให้กับบริษัทของลูกค้า
ทำเงินให้เยอะๆสร้างความมั่งคั่งให้ลูกค้าเยอะๆเพราะลูกค้าคือพระเจ้าหลายคนพูดว่า โฆษณาที่ดีคือโฆษณาที่ต้องขายของ
และถ้าทุกคนคิดแบบนั้น
งานโฆษณามันก็มีค่าแค่…
ขี้หมาก้อนเล็กๆแห้งๆก้อนหนึ่ง ที่อยู่บนพื้นคอนกรีตครับ ในตอนนั้น ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่ไม่มีค่าอะไรเลย
เพราะสิ่งที่ผมทำก็คือ
ทำหนังเท่ๆ อาร์ตๆ ตัวแสดงดูดีมีชาติตระกูล
ทำให้แบรนด์หรือสินค้านั้น สวยทันสมัย มีรสนิยม ไฮโซ
ทำให้ผู้บริโภคดูแล้วอยากได้ อยากมี อยากเท่ อยากเป็นแบบในโฆษณา
ยิ่งทำเท่าไหร่ ผมยิ่งก็รู้สึกว่าผมเป็นก้อนขี้หมาก้อนหนึ่ง
ยิ่งทำก็ยิ่งเหม็นตัวเองจนกระทั่งวันหนึ่งผมก็รู้ว่า
ขี้หมาอย่างผม จะหายเหม็นได้อย่างไรตอนนั้น ผมอายุ 29
ผมทำหนังเรื่องหนึ่ง
สินค้าคือ ธนาคารเอเชีย
เรื่องราวก็คือ
เด็กเวรๆคนหนึ่งเลี้ยงปลาทอง
ยิ่งเลี้ยง แม่ก็ยิ่งบ่น
เลี้ยงทำไมปลาทอง เลี้ยงปลาทูดีกว่า มันยังจะกินได้
การบ้านก็ไม่สนใจ
เวลากินข้าว เด็กคนนั้นก็เฝ้าดูแต่ปลาทอง
เมื่อเวลาผ่านไป ปลาทองก็เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ
แล้ววันหนึ่ง
เด็กคนนั้นก็เอาปลาทองที่มีอยู่ ออกขาย
เพื่อเอาเงินมาให้แม่ครับ มันไม่ได้เป็นหนังที่ดีอะไรมาก
ได้รางวัลหรือเปล่า ผมก็จำไม่ได้
แต่ที่ผมจำได้แม่นก็คือ
เช้าวันหนึ่งผมดูรายการบ้านเลขที่5 ทางช่อง5
พิธีกรสัมภาษณ์เด็กคนหนึ่งที่ทำเวบไซต์จนโด่งดัง
ทำเงินได้มากมาย
โดยรายได้ทั้งหมด เด็กคนนั้นนำมามอบให้แม่
พิธีกรถามว่า เขาได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร
เด็กคนนั้นตอบว่า
เขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังปลาทองของธนาคารเอเชียในวันนั้นเอง ผมภูมิใจมากและดีใจมาก
ที่ดีใจไม่ใช่เพราะว่า ผมกลายร่างจากขี้หมา กลายเป็นทอง
เปล่าครับ อย่าเข้าใจผิด
ผมยังคงเป็นขี้หมาก้อนเล็กๆ เหม็นๆเหมือนเดิม
แต่ผมรู้วิธีแล้วว่า จะทำอย่างไร
ให้ขี้หมาก้อนเล็กๆแห้งๆที่อยู่บนพื้นคอนกรีตอย่างผมนั้นหายเหม็นวิธีการง่ายนิดเดียว
เราก็แค่ย้ายขี้หมาก้อนนั้นไปวางบนสนามหญ้า
แทนที่จะวางบนพื้นคอนกรีตเมื่อขี้หมาอยู่บนสนามหญ้า
มันจะเป็นมากกว่าขี้หมา
มันกลายเป็นปุ๋ย กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวมัน
ดินได้ประโยชน์ จุลินทรีย์ในดินได้ประโยชน์
ต้นไม้ ต้นหญ้า ได้รีบผลประโยชน์
และเมื่อเวลาผ่านไป
ขี้หมาก้อนเล็กๆก้อนนั้น ก็ได้ซึมซาบตัวมันเองเข้าไปในดิน
ขี้หมาก้อนนั้นได้เปลี่ยนสภาพและเข้าไปอยู่ในทุกอณูของสิ่งที่อยู่รอบตัวมัน
ขี้หมาก้อนนั้นหายเหม็นถ้าผมทำงานโฆษณาโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับลูกค้าอย่างเดียว
มันคงหยุดอยู่แค่…พื้นคอนกรีต
แต่ถ้าผมทำโฆษณาเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน
โดยคิดถึงผู้บริโภคเป็นหลัก
ทำอย่างไรให้โฆษณามีส่วนร่วมกับสังคม คิดถึงสังคม
นำเนื้อหาและปัญหาของสังคมมาตีแผ่ วิพากษ์วิจารณ์
สร้างคำถามให้กับผู้บริโภค
กระตุ้นให้คนทั้งหกสิบล้านคนทั่วประเทศได้คิด ได้มองตัวเอง
สร้างทัศนคติดีๆใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคไปพร้อมๆกับการขายของเมื่อนั้น การขายของจะไม่ใช่การขายของแบบเดิมๆอีกต่อไป
มันจะเป็นการขาย ที่ซึมลึก เป็นมิตร เพื่อประโยชน์ เป็นเพื่อน จริงใจ
และถ้าคุณทำแบบบริสุทธิ์ใจ
สิ่งที่คุณจะได้คือ ผลกำไรที่ยั่งยืน
มันอาจจะไม่ใช่แบรนด์ที่ทันสมัย ดูดี
แต่มันจะเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภครักครับ ทุกวันนี้ผมยังคงเป็นขี้หมา
เราทั้งหมดก็เป็นขี้หมา
ลูกค้าหรือเจ้าของสินค้าก็เป็นขี้หมา
เราอยู่ในธุรกิจขี้หมา
เราอยู่ในโลกทุนนิยมขี้หมาๆแต่ขี้หมามีอยู่ 2 ประเภท
แบบเหม็นกับไม่เหม็น
ปล.ว่าแล้วก็ฝากซื้อหน่อยดิ
via sorry61
