January 11th, 2009 | anpanpon

หลังจากนอนซมป่วยมา 4 วันติด
ก็เลยพยายามหาอะไรทำแก้เซ็งให้หายเบื่อ… เบื่อนอน.. เบื่อกินยา …
การบ้านด่วนก็มีนะ ..แต่ปวดหัว ทำไม่ไหว (อ้าง!)
สุดท้าย ! เอ๊ะ! วันก่อนเปิ้นแนะนำเว็บสำหรับหนังเกาหลี/ญี่ปุ่นมานี่น่า :P
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว  เลยกดดูไปซะ 2 เรื่อง -_-”
(แทนที่จะได้พักผ่อน กลายเป็นว่าต้องนอนเช้าแทนซะนี่ )

เรื่องแรกที่ดูคือ “Changed” series ญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่อง
คาวๆ หวานๆของการเมือง ที่โคตรจะสอดคล้องกับ
เมืองไทยช่วงนี้เอามากๆ …
เรื่องที่ 2 คือ “Gourmet” series เกาหลีเกี่ยวกับอาหาร
ตำหรับชาววัง ..ที่กดเข้าไปดูโดยไม่ได้ตั้งใจแต่เพราะ
ความหิวเท่านั้นเอง -_-”

ความสนุกคงไม่ต้องบอก
แค่ลองจินตนาการว่า “มันเป็นยังไง ถึงดู series จนจบถึงเช้าได้  ?”

กับวันก่อน เพิ่งได้มีโอกาสดูเรื่อง “Paris Je t’aime”
หนังที่บรรยายมุมมองเกี่ยวกับปารีสโดยผู้กำกับ 10 (กว่า)ชีวิต

ช่วงที่เรามาที่นี่ เป็นช่วงที่​ “แดจังกึม” เพิ่งจะดังเป็นพลุแตกที่เมืองไทย
แต่เราก็ไม่เคยดูอยู่ดี  …ได้รับรู้เพียงแค่กระแสการ “ขายวัฒนธรรม”
อย่างชาญฉลาดของเกาหลีเนี่ยล่ะ :P
สำหรับเรา “สื่อ” ตอนนี้มันดูจะมีอำนาจเหนือเกินกว่าคำนิยาม
ของมันซะแล้วสิ
“สื่อ” ดูเปรียบเสมือนการส่งเรือไปล่าอาณานิคมฯ   โดยเฉพาะเมืองไทย
ตอนนี้ดูคล้ายๆ จะเป็นเมืองขึ้นของเกาหลีเข้าไปซะทุกที ..
อาหาร เสื้อผ้า การใช้ชีวิต  ภาษา ท่องเที่ยว ฯลฯ
คล้ายๆ จะเป็น package แอบแฝงที่ยากจะปฎิเสธได้  :P

แต่บ้างก็ว่านี่มันคือการ “ถ่ายเททางวัฒนธรรม” รึเปล่า ?
จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ก็ไม่ .. เพราะส่วนใหญ่ทำไมเราให้เค้าถ่ายเรามาด้านเดียวล่ะ  ?
วงการสื่อบ้านเรามัวทำอะไรอยู่  !!
คงไม่ต้องวิจารณ์ให้เห็นภาพที่แสนระอากันอีกหลายรอบ

เอางี้ ลองแค่คิดง่ายๆ .. ภาพพจน์ประเทศเราที่สูญหายมลายสิ้น
ไปกับเหตุการณ์ร้ายๆ ของปีที่ผ่านมา ..
การจะโยกประเด็นที่น่าสนใจกว่า  การทำ PR  สร้างภาพพจน์
ให้รวดเร็วทันใจได้ มันมีวิธีทำได้อย่างไรบ้าง ? นอกจากเดินสาย
roadshow / แสดงงาน / วิธีทางการทูต  ที่เราว่ามันโคตรจะได้ผลในวงจำกัด

ลองจินตนาการเล่นๆ ว่า
“ถ้ามีหนังชื่อ “กรุงเทพฯ” ล่ะ ?”
“ถ้าเราลองให้ผู้กำกับหนังไทย  มาทำหนังสั้นแนว Parisฯ ล่ะ ​ ?”
หรือคิดให้โคตรใหญ่ “1 ภาพยนตร์ 1 จังหวัด ” ?

มันมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
ที่จะประสบความสำเร็จกับภาพเคลื่อนไหวเหล่านั้น ?

ล่าสุดที่ได้ข่าวมา
-” New York, I love you”  หนังจากผู้กำกับชุดเดียวกับ
Paris Je t’aime กำลังจะฉายเร็วๆ นี้
-“Tokyo!” หนังแนวคล้ายกัน ที่ทางเมืองลงทุนจ้าง 3 ผู้กำกับดัง
มาทำหนัง promote เมือง
หนึ่งในนั้นมีผู้กำกับสุดเจ๋งอย่าง Michael Gondry อยู่ด้วย :P

เราว่า source  (ที่มีคุณภาพ) ด้านการทำหนังเนี่ย เมืองไทยโคตรจะมีเยอะเลย
ขาดแต่ก็เพียงโอกาสและแม่งานใหญ่ๆ ที่ไม่ได้หวังแค่กำไร
ซึ่งมันจะเป็นใครไม่ได้ก็คงแค่รัฐบาล

เมื่อไร กระทรวงวัฒนธรรม / กระทรวงท่องเที่ยว / สำนักนายกฯ
มาจับมือร่วมกันเห็นประโยชน์
เมื่อนั้น เราคงได้เห็นทางสว่าง !!



Author: anpanpon
Time: Sunday, January 11th, 2009 at 1:39 am

Comments: You can leave a response, or trackback from your own site.
RSS: You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed.

Navigation:

2 Responses to “ขายวัฒนธรรม”

  1. เจี๊ยกค่อกลิงน้อย Says:

    แบ่บ กลับมาถกเรื่องนี้เลยเหอะ
    จะ defend IS เรื่องกระแสวัฒนธรรมเกาหลีอยู่เนี่ย
    ตบลงด้วยข้อเสนอแนะว่าไทยควรทำอะไรบ้างวันที่ 22 นี้
    แบ่บ อยากล้วงไอเดียไข่เยอะ ๆ มาตอบจารย์ เอิ๊ก ๆ ฉลาดเป็นกรดจริง ๆ เรา(นิสัยดีได้อีก)

  2. anpanpon Says:

    555 ไม่บอกเฟ้ย :P
    แล้ว “แบ่บ” มันคือไรอะ !!

Leave a Reply

Powered by WP Hashcash