หลังจากนอนซมป่วยมา 4 วันติด
ก็เลยพยายามหาอะไรทำแก้เซ็งให้หายเบื่อ… เบื่อนอน.. เบื่อกินยา …
การบ้านด่วนก็มีนะ ..แต่ปวดหัว ทำไม่ไหว (อ้าง!)
สุดท้าย ! เอ๊ะ! วันก่อนเปิ้นแนะนำเว็บสำหรับหนังเกาหลี/ญี่ปุ่นมานี่น่า ![]()
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เลยกดดูไปซะ 2 เรื่อง -_-”
(แทนที่จะได้พักผ่อน กลายเป็นว่าต้องนอนเช้าแทนซะนี่ )
เรื่องแรกที่ดูคือ “Changed” series ญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่อง
คาวๆ หวานๆของการเมือง ที่โคตรจะสอดคล้องกับ
เมืองไทยช่วงนี้เอามากๆ …
เรื่องที่ 2 คือ “Gourmet” series เกาหลีเกี่ยวกับอาหาร
ตำหรับชาววัง ..ที่กดเข้าไปดูโดยไม่ได้ตั้งใจแต่เพราะ
ความหิวเท่านั้นเอง -_-”
ความสนุกคงไม่ต้องบอก
แค่ลองจินตนาการว่า “มันเป็นยังไง ถึงดู series จนจบถึงเช้าได้ ?”
กับวันก่อน เพิ่งได้มีโอกาสดูเรื่อง “Paris Je t’aime”
หนังที่บรรยายมุมมองเกี่ยวกับปารีสโดยผู้กำกับ 10 (กว่า)ชีวิต
ช่วงที่เรามาที่นี่ เป็นช่วงที่ “แดจังกึม” เพิ่งจะดังเป็นพลุแตกที่เมืองไทย
แต่เราก็ไม่เคยดูอยู่ดี …ได้รับรู้เพียงแค่กระแสการ “ขายวัฒนธรรม”
อย่างชาญฉลาดของเกาหลีเนี่ยล่ะ ![]()
สำหรับเรา “สื่อ” ตอนนี้มันดูจะมีอำนาจเหนือเกินกว่าคำนิยาม
ของมันซะแล้วสิ
“สื่อ” ดูเปรียบเสมือนการส่งเรือไปล่าอาณานิคมฯ โดยเฉพาะเมืองไทย
ตอนนี้ดูคล้ายๆ จะเป็นเมืองขึ้นของเกาหลีเข้าไปซะทุกที ..
อาหาร เสื้อผ้า การใช้ชีวิต ภาษา ท่องเที่ยว ฯลฯ
คล้ายๆ จะเป็น package แอบแฝงที่ยากจะปฎิเสธได้
แต่บ้างก็ว่านี่มันคือการ “ถ่ายเททางวัฒนธรรม” รึเปล่า ?
จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ก็ไม่ .. เพราะส่วนใหญ่ทำไมเราให้เค้าถ่ายเรามาด้านเดียวล่ะ ?
วงการสื่อบ้านเรามัวทำอะไรอยู่ !!
คงไม่ต้องวิจารณ์ให้เห็นภาพที่แสนระอากันอีกหลายรอบ
เอางี้ ลองแค่คิดง่ายๆ .. ภาพพจน์ประเทศเราที่สูญหายมลายสิ้น
ไปกับเหตุการณ์ร้ายๆ ของปีที่ผ่านมา ..
การจะโยกประเด็นที่น่าสนใจกว่า การทำ PR สร้างภาพพจน์
ให้รวดเร็วทันใจได้ มันมีวิธีทำได้อย่างไรบ้าง ? นอกจากเดินสาย
roadshow / แสดงงาน / วิธีทางการทูต ที่เราว่ามันโคตรจะได้ผลในวงจำกัด
ลองจินตนาการเล่นๆ ว่า
“ถ้ามีหนังชื่อ “กรุงเทพฯ” ล่ะ ?”
“ถ้าเราลองให้ผู้กำกับหนังไทย มาทำหนังสั้นแนว Parisฯ ล่ะ ?”
หรือคิดให้โคตรใหญ่ “1 ภาพยนตร์ 1 จังหวัด ” ?
มันมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
ที่จะประสบความสำเร็จกับภาพเคลื่อนไหวเหล่านั้น ?
ล่าสุดที่ได้ข่าวมา
-” New York, I love you” หนังจากผู้กำกับชุดเดียวกับ
Paris Je t’aime กำลังจะฉายเร็วๆ นี้
-“Tokyo!” หนังแนวคล้ายกัน ที่ทางเมืองลงทุนจ้าง 3 ผู้กำกับดัง
มาทำหนัง promote เมือง
หนึ่งในนั้นมีผู้กำกับสุดเจ๋งอย่าง Michael Gondry อยู่ด้วย
เราว่า source (ที่มีคุณภาพ) ด้านการทำหนังเนี่ย เมืองไทยโคตรจะมีเยอะเลย
ขาดแต่ก็เพียงโอกาสและแม่งานใหญ่ๆ ที่ไม่ได้หวังแค่กำไร
ซึ่งมันจะเป็นใครไม่ได้ก็คงแค่รัฐบาล
เมื่อไร กระทรวงวัฒนธรรม / กระทรวงท่องเที่ยว / สำนักนายกฯ
มาจับมือร่วมกันเห็นประโยชน์
เมื่อนั้น เราคงได้เห็นทางสว่าง !!

January 11th, 2009 at 3:58 pm
แบ่บ กลับมาถกเรื่องนี้เลยเหอะ
จะ defend IS เรื่องกระแสวัฒนธรรมเกาหลีอยู่เนี่ย
ตบลงด้วยข้อเสนอแนะว่าไทยควรทำอะไรบ้างวันที่ 22 นี้
แบ่บ อยากล้วงไอเดียไข่เยอะ ๆ มาตอบจารย์ เอิ๊ก ๆ ฉลาดเป็นกรดจริง ๆ เรา(นิสัยดีได้อีก)
January 11th, 2009 at 10:42 pm
555 ไม่บอกเฟ้ย
แล้ว “แบ่บ” มันคือไรอะ !!