อาทิตย์นี้คงเป็นช่วงเที่ยว museum แบบ intensive
เมื่อวานเลยไปเอาฤกษ์กับ MOMA เป็นที่แรก ในฐานะที่เป็นมิวเซียมที่เปิดทำการวันจันทร์
คนชมเลยเพียบ แทบจะเต็มทุกตารางเมตร
งานบางส่วนก็เคยผ่านตามาบ้างแล้วจากที่เยอรมัน
แต่พอมาที่นี่แล้วมันให้ความรู้สึกดีกว่าแฮะ ..
เรื่องของเรื่องคือมี audio ให้เช่าฟรี พูดด้วยภาษาคนที่ไม่ต้องรู้จักศิลปะมากก็เข้าใจได้
และแต่ละภาพก็มีคำบรรยายประกอบตอนท้ายแบบอ่านเอาเพลิน
สรุปแล้วมีแต่ดีกับดีแฮะ 555
เสียหน่อยบ้างก็ได้ ! งานเยอะมาก ไม่สามารถดูให้หมดได้ภายใน 1 วัน -_-”
ทนหิวข้าวไม่ไหวเลยหนีออกมาก่อน
ไหนๆ ก็มีบัตรเข้าฟรี ไว้ค่อยกลับมาใหม่ก็ได้
แต่สุดท้ายก็ไปตายรังที่ร้านหนังสือ Strand ร้านหนังสือ universal ราคาถูก
และก็ค้นพบว่า หนังสือที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวันก่อน ที่นี่มันถูกกว่าตั้งเกือบ 10 dollars
โชคดีที่ประเทศนี้มีนโยบาย refund ได้ทุกสิ่งให้เลือกสรร
วันรุ่งขึ้น(ก็วันนี้ล่ะ)เลยต้องแบกหนังสือกลับไปคืนร้านเดิมแล้วไปซื้อใหม่ที่ถูกกว่า
วันนี้ตั้งใจจะไป Metropolitan Museum
แต่ก่อนหน้านั้นกะว่าจะไปดู MOMA ให้จบก่อน ..
เสียแต่พลาดไปเก้อ เพราะมันปิดวันอังคาร(ไมไม่เห็นรู้เรื่องเลยฟะ อุตส่าห์เช็คซะดิบดี)
เลยได้เดินเล่นแต่ใน MOMA store ให้เงินถูกดูดเล่นแทน
มัวแต่ไปเอาผ้าที่ซักกับเอาหนังสือไปคืนและหลงแสงสีนิดหน่อย
กว่าจะได้เริ่มเข้า MET ก็บ่าย 3 กว่าๆ แล้ว -_-”
วันนี้ปิด 5 โมงครึ่ง ..ยังไงก็คงทันล่ะ ![]()
โดยลืมไปว่า เมื่อวานพี่ขู่ไว้แล้วว่า MET ใหญ่โคตร เดิน 2 วันก็ไม่หมด
….และก็ไม่หมดจริงๆ T_T
เข้าไปด้วยความไม่คาดหวัง เพราะรู้ว่าเป็นพวกของโบราณๆ กรีกโรมัน
ซึ่งคิดผิดไปเสียสนิท เพราะมันเป็นมิวเซียมที่เจ๋งมากๆ ด้วยตัวงาน การจัดวาง composition
และ lighting design ที่นี่สุดยอดแล้ว ..เงยหน้าไปดูเพดานก็เข้าใจได้ว่าทำไมมันจัดไฟได้สวยขนาดนี้วะ .. !!!
พี่เราบอกว่าที่นี่มี lighting designer แบบ in house ด้วย
ก็เลยไม่น่าแปลกที่ไฟที่นี่ถึงดูโดดเด่นพอๆ กับตัวงานอย่างมาก ..
MET เป็นมิวเซียมแบบ universal คือมีเรื่องราวของทุกทวีป แถมงาน Modern Art
ที่มันก็คล้ายๆ MOMA อยู่ เพียงแต่คนละ curator เท่านั้นล่ะ ![]()
เพราะที่นี่มีงานฉลามยักษ์ถูกหั่นอันโด่งดังของ Damien Hirst
(อันนี้หาไม่เจอแฮะ แต่พี่บอกมา)
งานที่ MET ส่วนใหญ่มีความสามารถสมบูรณ์ค่อนข้างสูง
ยิ่งได้ไฟส่องตรงตามองศา ยิ่งเพิ่มความงามเป็นหลายเท่า
และทุกงานก็มีคำบรรยายติดให้อ่านง่ายอย่างดี -_-”
ด้วยความที่มิวเซียมมันใหญ่โคตร เลยสามารถเดินดูงานได้อย่างไม่อึดอัด และมีที่เหลือพอจะเล่นอะไรกับมิวเซียมได้อีกเยอะแยะ เช่นโซน decorative art ของยุโรปก็จะมีการจำลองห้องของวังหรือโรงแรมในฝรั่งเศสมาอยู่ที่นี่จริงๆ และอีกเช่นเคย ร่วมกับการจัดไฟระดับโปร .. เลยยิ่งทำให้ห้องดูบรรยายกาศเหมือนจริงมาก ..
เสียดายวันนี้เดินได้ยังไม่ถึง 1/2 ของมิวเซียมเลย ไม่รู้จะต้องใช้เวลาทั้งหมดเท่าไร สงสัยจะต้องไปตั้งแต่มันเปิดและอยู่ทั้งวัน …เฮ้อ!
จริงๆ เราก็ว่าได้ไปเยี่ยมมิวเซียมมาหลายที่แล้วนะ
แต่ที่ MET นี่มันสุดยอดแล้วจริงๆ วะ 55 (ย้ำอีกที)
คือตอนอยู่เบอร์ลินก็ไม่ค่อยชอบดูงานโบราณเท่าไร แต่พอที่นี่กลายเป็นยิ่งดูยิ่งสนุก ยิ่งอยากรู้
และของมันก็เยอะมากจริงๆ จนนึกว่าขนของกรีกหรือโรมันมาทั้งประเทศเลยรึไงเนี่ย !!
ออกมาเจอคุณอินเดียแดงนั่งขายของชนเผ่าอยู่ข้างนอก
เห็นแล้วอดรู้สึกเศร้าแทนไม่ได้ เพราะข้างในก็มีงานของอินเดียแดงอยูจำนวนหนึ่งทีเดียว ..
นี่เค้าจะต้องจ่ายเงินเพื่อขอเข้าไปดูสมบัติของบรรพบุรุษที่โดนรังแกใช่ไม๊เนี่ย !!
ยังไงก็ตาม เดี๋ยวได้เจอกันเร็วๆ นี้อีกแน่นอน MET !
ปล.เหมือนจะอยากพูดอะไรอีกสักเรื่อง แต่ลืมทุกทีเลยแฮะ !
ปล2.มีคนเตือนมาบอกว่า ลืมเขียนเรื่องกินนิ ![]()
คือแบบว่า เริ่มขี้เกียจแล้วไง 55
วันนี้ก็ข้าวเย็นไปกินราเม็งที่ร้าน sategaya ราเม็งน้ำซุปเกลือรสชาติประมาณบะหมี่หมูแดงเมืองไทยโคตรๆ
แล้วต่อด้วยไอติมที่พี่บอกว่าเพื่อนแนะนำมา ชื่อร้านอะไรวะ -_-” van….meen !!
อ๋อ ส่วนเมื่อวานทำกับข้าวกินที่บ้าน แต่กลางวันเดินไปเจอร้าน mrs.field โดยบังเอิญ ทำไมมันไม่อร่อยเหมือนเดิมแล้วอะ -_-”
ว่าแต่พรุ่งนี้กินไรดีน้อ??

September 2nd, 2009 at 4:52 am
เฮ้ยย วันนี้ไข่ไม่พูดถึงเรื่องกิน
ฮู อาร์ ยู คะเนี่ย?