และแล้ววันนี้แอ้ปเปิ้ลก็ไม่ยอมอาบแดด แต่เป็นแอ้ปเปิ้ล แฉะๆ ชื้นๆ แทน ![]()
เริ่มเช้ามา ก็ออกไปเดินเล่นตลาดมือสองแถวบ้านก่อนเลย
วันนี้คนมาไม่เยอะเท่าไรเพราะฝนทำท่าจะตกและมันก็ยังเช้าทีเดียวล่ะ
ของที่ขายดูเป็นแนวโคตรจะวินเท้จ วินเทจ …
แต่ไม่เหมือนแนวเยอรมัน อันนี้คือดูเป็นแนวแม่บ้านน่ารักๆ ยังไงไม่รู้แฮะ ![]()
ร้านน้อยเดินได้แป๊ปเดียว พี่เราเลยพาไปตลาดชาวนาที่อยู่ข้างๆ กันแทน
ตลาดชาวนาคือเป็นโครงการประมาณสนับสนุนให้ชาวนา
มีพื้นขายของให้กับผู้บริโภคโดยตรง
เราว่ามันก็เป็นแนวประมาณ slowfood แบบจะมีมะเขือเทศพันธุ์แปลกๆ
หน้าตาดูไม่ปกติ สีประหลาดๆ แครอท 3 ขา 5 ขา อะไรประมาณนั้น ..
zuchini ใหญ่ยักษ์ แตงกวาบูดๆ เบี้ยวๆ
ทั้งหมดนี้ที่ว่าไม่ได้เป็นผลจากการตัดต่อพันธุกรรม เพราะถ้าตัดต่อแล้ว
จะเป็นอย่างมะเขือเทศลูกกลมสวยงาม อย่างที่เรากินอยู่ทุกวันนี่เอง .. .
หน้านี้เป็นหน้ามะเขือเทศ เลยมีให้เลือกเยอะเป็นพิเศษ สีขาว สีเหลือง สีม่วงดูช้ำใน
รสชาติก็ .. เพิ่งชิมไปอันเดียวเอง.. มันก็รสชาติสดและมีรสผักกว่ามะเขือเทศที่กินอยู่ทั่วไปนะ
..แหะแหะ ไม่รู้จะบรรยายยังไงดีแฮะ
เพราะปกติอยู่เยอรมันก็กินมะเขือเทศตามราคา ..อันไหนถูกสุด เรากิน ว่างั้นเถอะ
หลังจากนั้นก็ไปเดินตามล่าหาของกินกันต่อที่ย่าน Chelsea อยู่ฝั่ง manhattan
ขึ้นจาก u-bahn มาไม่ทันไร ก็เจอร้านเอแคลร์ patisserie Claud สกัดก่อนเลย
เพราะพี่มาโฆษณาว่าร้านนี้เอแคลร์อร่อยที่สุดใน ny
เดินต่อไปเรื่อยๆ ก็จะผ่านย่าน east (ใช่ไม๊วะ–west ตะหาก) มีร้าน shopping เล็กๆ เต็มไปหมด (บ้าน sex and the city ก็อยู่ย่านนี้)
แต่ถ้าใครได้มีโอกาสผ่านไปที่นี่ นอกจาก shopping แล้ว แนะนำให้ไปเดินบน highline
(http://www.thehighline.org/) สวนสาธารณะสุดเจ๋งที่สร้างบนรางไม่ใช้แล้วมา
ดัดแปลงให้เป็นสวนนั่งเล่นที่ออกแบบได้อย่างน่าทึ่งมากๆ ..
คือนอกจากจะเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าแล้ว ยังทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศรางรถไฟจริงๆ โคตรๆ
เพราะเลือกใช้หญ้า/ดอกหญ้ามาประดับ ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ข้างทางรถไฟใหญ่
ลงจากสวนลอยฟ้าก็เดินเข้า chelsea Market ตลาดขายของกินที่โคตรห้ามพลาด!
เพราะมีแต่ของกินคุณภาพและราคาไม่แพง (มาก) กับร้านขายอุปกรณ์ทำครัวใหญ่โคตรๆ
เรียกว่าถ้าชอบทำกับข้าวและกิน(อันนี้เน้น) ก็สามารถเดินได้ที่นี่เป็นวันๆ โดยไม่เบื่อเลยล่ะ
ออกจากย่าน east ก็ไปดูหนังเรื่อง Ponyo (เป็นรอบที่ 2)
รอบข้างนี่รายล้อมไปด้วยเด็กๆ และแฟนๆ glibi รุ่นใหญ่มากันอย่างแน่นโรง !
เสียดายไม่น่าพากษ์ทับอังกฤษเลย เพราะตอนดูพากษ์ญี่ปุ่นเสียงมันน่ารักกว่าหลายเท่า
โรงหนังที่นี่ไม่มีระบบจองที่ อยากได้ที่ดีต้องมานั่งจองล่วงหน้า..45 นาทีเป็นอย่างต่ำ
(ถ้าหนังดี..พี่บอกมา)
ดูจบก็เดินเล่นต่ออีกเล็กน้อย จาก east ผ่าน nolita(north little italy) และก็ไปจบที่ soho
ก่อนกลับบ้านเห็นเทพีเสรีภาพแบบลิบๆ แสดงให้เห็นว่า เรามาถึง ny แล้วจริงๆ นะเนี่ย ! ไม่ได้ฝันไป !
ปล.ตึก ny ของแท้ต้องมีบันไดหนีไฟห้อยอยู่ข้างนอก
