<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8.6" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Anpanpon :P Blog not Bread !!</title>
	<link>http://anpanpon.com/blog</link>
	<description>bread, blog, design, graphic design, politics, thai, environment, social, culture, art, media, movie, music, friends, tu, berlin, photography, travel, eat</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Jan 2011 19:07:30 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>Floriated Ornament 1849</title>
		<description>

"Reacting to the tradition of neo-classicism as early as the 1830's, English architects and decorators took a renewed interest in the art of Gothic cathedrals. This movement, called Gothic Revival, shaped the whole Victorian era and was on a scale that had no equivalent in other European countries. In the midst ...</description>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2011/floriated-ornament-1849/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Happy ((belated)) Christmas+New Year!</title>
		<description> </description>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2011/happy-belated-christmasnew-year/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ประวัติศาสตร์การทำลายหนังสือ</title>
		<description>เหตุการณ์เผาหนังสือไม่ว่าที่ใดในโลกล้วนซ้ำรอยเดียวกัน สุดท้ายไม่ว่าห้องสมุดยิ่งใหญ่เพียงใดต้องถูกทำลายด้วยสงคราม
ประวัติศาสตร์การทำลายหนังสือ


ประวัติศาสตร์การทำลายหนังสือ


คนกับหนังสือ
เฟย์
www.faylicity.com




A  Universal History of the Destruction of Books (ค.ศ.๒๐๐๘) Fernando Baez  เขียน Alfred MacAdam แปลจากภาษาสเปน ๓๕๖ หน้า ราคา ๕๑๔ บาท


แผ่นดินเหนียวสุเมเรียน ๒,๖๐๐ ปีก่อนคริสตกาลประกาศขายทาสชาย และตึกในเมือง Shuruppak
ภาพ : Marie-Lan Nguyen
ที่มา : Wikimedia Commons
ประวัติศาสตร์การทำลายหนังสือเริ่มต้นตั้งแต่มนุษย์ค้นพบหนังสือเก่าแก่ ที่สุดในโลกที่เมืองซูเมอร์ ในดินแดนเมโสโปเตเมียหรืออิรักปัจจุบัน   นักโบราณคดีพบแผ่นดินเหนียวอายุ ๔,๑๐๐-๓,๓๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช  ในสภาพดีบ้าง แตกบ้าง ถูกเผาบ้าง  หนังสือโบราณย่อมเป็นหนังสือมือทำทุกเล่ม  ผู้คัดลอกหนังสือเป็นปราชญ์ในราชสำนักที่ต้องฝึกฝีมือนานปี   ภาษาสุเมเรียนใช้อักษรภาพที่ซับซ้อนประมาณ ๒,๐๐๐ ตัว ...</description>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2010/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เอนก นาวิกมูล- “ผมเปรียบตัวเองเป็นคนปะชุนประวัติศาสตร์”</title>
		<description>ประเทศไทยขาดแหล่งรวบรวมของ ทำให้ประวัติศาสตร์ขาดแหว่ง พูดง่ายๆ ว่าไม่มีของให้ดู มีแต่คำบอกเล่าหรือไม่ก็ตัวหนังสือซึ่งจินตนาการยาก  อ่านประวัติศาสตร์แล้วไม่เข้าใจ นึกภาพไม่ออกว่าวีรบุรุษคนนั้นหน้าตาอย่างไร  เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้เป็นอย่างไร  ยกตัวอย่างเครื่องอัดกอปี้ หรือเครื่องทำสำเนาเอกสารสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็ยังหาดูไม่ได้ อ่านหนังสือแล้วก็ไม่เข้าใจวิธีใช้

รัฐบาลต้องประกาศว่าใครจะทิ้งของลักษณะนั้นลักษณะนี้ ให้เอามาให้รัฐบาลเก็บ เพราะตามบ้านเรือน ตามตลาดเก่าๆ อาจมีของแปลกๆ หลงเหลืออยู่  ประเทศเรายังต้องการโกดังหรืออาคารเก็บรักษาของทุกๆ สมัย  พิพิธภัณฑ์บ้านเราส่วนมากเก็บแต่วัตถุโบราณ เศียรพระพุทธรูป มันซ้ำซากมานาน  ผมไม่ได้บอกว่าไม่ควรเก็บ แต่ควรเก็บตัวอย่างของทุกยุค ไม่จำกัดเฉพาะของยุคโบราณ

เรื่องที่ผมคุยกับภัณฑารักษ์และนักพิพิธภัณฑ์บ่อยๆ คือพิพิธภัณฑ์ที่รัฐทำค่อนข้างซ้ำซาก และทำแบบเหมือนกันไปหมดทุกแห่ง  ความจริงรัฐบาลไทยมีงบประมาณมหาศาล แต่จัดสรรและใช้ไม่เป็น ชอบเอางบไปจัดงานแบบระยะสั้น อาทิสงกรานต์ไม่กี่ปีก่อน ทำน้ำพุเต้นระบำ ๕-๑๐ วันที่ถนนราชดำเนิน ใช้เงินไปถึง ๔๐ ล้านบาท ในขณะที่งานระยะยาวอย่างพิพิธภัณฑ์ หอสมุด กลับไม่ยอมทำ

การทำพิพิธภัณฑ์และหอสมุดเป็นหน้าที่พื้นฐานของประเทศ  ...</description>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2010/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5-%e2%80%9c%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a/</link>
			</item>
	<item>
		<title>The Collections</title>
		<description>

วนอยู่นาน กว่าจะมาถึงบางอ้อ :)
กับผลงานไม่ล่าสุดที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์  Hamburgerฯ
ใครชอบเรื่องแสงแนะนำให้ไม่พลาดชมงานนี้เด็ดขาด :P

Hamburger Bahnhof - Museum für Gegenwart - Berlin </description>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2010/the-collections/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Hauptstudium!</title>
		<description>

Endlich! und nicht mal wieder :P 
 </description>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2010/hauptstudium/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สวัสดีบางกอก</title>
		<description>

เย่ ในที่สุดก็ได้ดู :)

PANTIP.COM : A9516657 [คลิป] ..... สวัสดีบางกอก ตอน ... Silence ... กำกับโดย เป็นเอก รัตนเรือง ..... [หนังไทย] </description>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2010/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
			</item>
	<item>
		<title>der Wedding!</title>
		<description>ขออนุญาตแอบมาโฆษณานิตยสารสุดเจ๋งประจำอำเภอ Wedding !
Wedding เป็นชื่อเขตนึงในเบอร์ลิน อยู่ระหว่าง Prenzlauer Berg, Mitte และ Moabit
ซึ่งเป็นย่านสุดฮิปแม่ลูกอ่อนกับย่านตุรกีสุดโต่ง 
Wedding เป็นส่วนผสมผสานระหว่างความฮิปกิ๊บเก๋และความเท่ห์สไตล์ตุรกี 

ความหลากหลายและน่าสนใจแกมน่าเบื่อของวิถีชีวิตคนใน Wedding ทำให้นิตยสารเล่มนี้เกิดขึ้นได้ 
ดูเป็น konzept ที่แปลกประหลาดแต่ก็สร้างความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย 

ทุกครั้งที่ wedding ออกมา เลยไม่ต้องคิดนานว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ
เพราะมันออกกันปีละครั้งเท่านั้นเอง :P 

Der Wedding

ปล.แถมรายการวิทยุใหม่ประจำนิตยสาร Neon หนึ่งในนิตยสารสุดเจ๋งของเยอรมัน :) >>Neon.FM </description>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2010/der-wedding/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เพื่อนๆ Graphic Design ทั้งหลาย ขอแรงและขอใจทุกท่าน เข้าร่วมโครงการ GraFix</title>
		<description> เพื่อนๆ Graphic Design ทั้งหลาย ขอแรงและขอใจทุกท่าน
เข้าร่วมโครงการ GraFixโดย ThaiGa ดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่
Grafix

via Siam Attariya </description>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2010/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%86-graphic-design-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เมื่อไม่มีสี เรามองเห็นอะไร ?</title>
		<description>

เมื่อไม่มีสี เรามองเห็นอะไร ?  </description>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2010/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99/</link>
			</item>
</channel>
</rss>

