<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Anpanpon :P Blog not Bread !! &#187; Friends</title>
	<atom:link href="http://anpanpon.com/blog/on/me/friends/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://anpanpon.com/blog</link>
	<description>bread, blog, design, graphic design, politics, thai, environment, social, culture, art, media, movie, music, friends, tu, berlin, photography, travel, eat</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2010 22:18:20 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>อนิจจัง วัตตะสังขารา</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2008/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2008/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Nov 2008 20:10:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Friends]]></category>
		<category><![CDATA[Me]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.com/blog/?p=253</guid>
		<description><![CDATA[
ช่วงนี้รอบตัวมีแต่การเปลี่ยนแปลงแฮะ
คนโน้นมา คนนี้ไป คนใหม่มา คนเก่าหายไปไหนล่ะ ?
ทุกข์บ้าง สุขบ้าง เศร้าบ้าง ดีใจบ้าง
&#8230;มันก็เป็นเรื่องธรรมดาใช่ไม๊  
ล่าสุด ..เหมือนจะไม่ค่อยเกี่ยวกัน แต่พอได้รู้ข่าวก็แอบเศร้าใจเหมือนกัน
หนึ่งในร้านหนังสือสุดที่รัก บนถนน Oranienburger
ซึ่งเป็นร้านหนังสือ graphic ร้านแรกที่เรารู้จักที่ Berlin กำลังจะปิดตัวลง
และลดกระหน่ำทั้งร้าน ทั้งเล่มเก่าและใหม่ 50% -_-&#8221;
รู้สึกถึงชะตากรรมสุดท้ายของร้านหนังสือจริงๆแฮะ &#8230;
คุณคนขายบอกอย่างเศร้าใจว่า &#8220;ก็ไม่คุ้มต้นทุน เลยอยู่ไม่ได้&#8221; ..
ช่างเป็นสังธรรมจริงๆ -_-&#8221; ..
เราเลยไปกวาดมาซะ 5 เล่มวันนี้ -_-&#8221;
พอมาดูบิลแล้วเริ่มเศร้าใจตัวเองจริงๆ ..
ซื้อไปได้ยังไงเนี่ย !! แต่มันก็ถูกอยู่หรอกนะ -_-&#8221;
ปล.ไปดีมาดี รีบๆ กลับมาเยี่ยมบ้างเน้ออ   แล้วจะคิดถึง !
ไป Koeln ละนะ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img alt="IMG-44841.JPG" id="image252" src="http://anpanpon.com/blog/wp-content/uploads/2008/11/IMG-44841.JPG" /></p>
<p>ช่วงนี้รอบตัวมีแต่การเปลี่ยนแปลงแฮะ<br />
คนโน้นมา คนนี้ไป คนใหม่มา คนเก่าหายไปไหนล่ะ ?<br />
ทุกข์บ้าง สุขบ้าง เศร้าบ้าง ดีใจบ้าง<br />
&#8230;มันก็เป็นเรื่องธรรมดาใช่ไม๊ <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>ล่าสุด ..เหมือนจะไม่ค่อยเกี่ยวกัน แต่พอได้รู้ข่าวก็แอบเศร้าใจเหมือนกัน<br />
หนึ่งใน<a target="_blank" href="http://www.buchtormitte.de/concept/index.html">ร้านหนังสือสุดที่รัก</a> บนถนน Oranienburger<br />
ซึ่งเป็นร้านหนังสือ graphic ร้านแรกที่เรารู้จักที่ Berlin กำลังจะปิดตัวลง<br />
และลดกระหน่ำทั้งร้าน ทั้งเล่มเก่าและใหม่ 50% -_-&#8221;<br />
รู้สึกถึงชะตากรรมสุดท้ายของร้านหนังสือจริงๆแฮะ &#8230;<br />
คุณคนขายบอกอย่างเศร้าใจว่า &#8220;ก็ไม่คุ้มต้นทุน เลยอยู่ไม่ได้&#8221; ..<br />
ช่างเป็นสังธรรมจริงๆ -_-&#8221; ..</p>
<p>เราเลยไปกวาดมาซะ 5 เล่มวันนี้ -_-&#8221;<br />
พอมาดูบิลแล้วเริ่มเศร้าใจตัวเองจริงๆ ..<br />
ซื้อไปได้ยังไงเนี่ย !! แต่มันก็ถูกอยู่หรอกนะ -_-&#8221;</p>
<p>ปล.ไปดีมาดี รีบๆ กลับมาเยี่ยมบ้างเน้ออ <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  แล้วจะคิดถึง !</p>
<p><a target="_blank" href="http://daytag.dreamhosters.com/webboard/read.php?Topic_ID=618">ไป Koeln ละนะ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2008/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนจริง คนเทียม</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2007/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2007/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Dec 2007 20:08:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Friends]]></category>
		<category><![CDATA[Read]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.daytag.net/blog/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[คุณเพื่อนคนนึงส่งเรื่อง(เกือบไม่)สั้นมาให้อ่าน
เป็นของคุณน้องที่สนิทกันอีกคน
เรื่องยาวจริงๆ ยังอ่านไม่จบเลย อ่านไปได้นิดหน่อย 
แต่ชอบการเปรียบเทียบหลายๆอย่างในเรื่องมาก
เอามาเผยแพร่ก่อนเผื่อใครอยากอ่าน !!
ยินดีด้วยนะสำหรับรางวัล 
เจ๋งจริงๆ !! 
ปล.ไม่รู้จะให้บอกนามปากกว่าว่าไงดี เอาเป็นว่า rainycoolie ไปก่อนละกันนะ  
ปล2.เพิ่งก้าวลงจากสนามบินได้ไม่ถึงวัน
หลังจากหนีหนาวไปหนาวอยู่ที่สเปนและโปรตุเกสร่วม 10 วัน
ไว้จะมาทยอยสาธยายให้ฟังกันอีกที   

คนจริง คนเทียม
ฉันเห็นผู้หญิงคนนั้นทุกเช้า&#8230;
ใช่ว่าหล่อนเป็นคนสวยสะดุดตาหรือว่าน่าสนใจกว่าคนอื่น ก็แค่ผู้หญิงทำงานธรรมดา อายุราว 27 ไม่น่าจะมากน้อยไปกว่านั้น    ผมเหยียดตรงดูไร้ชีวิตยาวเกือบถึงกลางหลัง ใบหน้าค่อนข้างกลมเคลือบด้วยรองพื้นหนาเตอะจนขาวผ่องตัดกับแก้มสีชมพูหวานแหวว ขนตายาวงอนผ่านการดัดแต่งมาเป็นอย่างดีรับกับคิ้วโก่งได้รูปเข้าสมัยนิยม รูปร่างค่อนข้างเจ้าเนื้อและสูงตามมาตรฐานหญิงไทยทั่วไปอยู่ในชุดพองฟูเหมือนตุ๊กตา เสื้อประดับลูกไม้ผ้าชีฟองสีขาวตัวบนเข้าชุดกับกับกระโปรงบานทรงเอสีครีมระดับเข่า ดูพอเหมาะพอดีกับรองเท้าส้นเข็มสีขาวปักเลื่อมคู่นั้น หากจะให้จำกัดความหล่อนว่าเป็นสาวสวยก็คงยังถือว่าห่างไกลจากคำนั้นพอสมควร เพียงแต่หล่อนรู้จักหมุนตัวเองให้ทันแฟชั่นปัจจุบันจนกลมกลืนดีเท่านั้นเอง
ที่ผ่านมาฉันเห็นผู้หญิงประเภทนี้เป็นพิมพ์เดียวกันมาตลอด ไม่ได้ให้ความสำคัญไปมากกว่าตอนเห็นภาชนะพลาสติกลดราคาล็อตใหญ่จากโรงงานที่กองขายตามท้องตลาดเลย แต่ที่ทำให้ฉันเริ่มมองเห็นการมีตัวตนของหล่อนมากขึ้นเรื่อยๆก็เพราะพฤติกรรมบางอย่างซึ่งน่าสนใจมาก ฉันสังเกตมาเรื่อยๆจนสรุปกับตัวเองได้ในวันหนึ่งว่า ผู้หญิงคนนี้จริงๆแล้วไม่ใช่มนุษย์!
ฟังดูเป็นเรื่องแปลกถ้าจะสรุปเอาดื้อๆว่า สิ่งที่คิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์ พูดและกระทำเหมือนมนุษย์แท้จริงแล้วนั้นไม่ใช่มนุษย์ ในตอนแรกฉันตกใจลนลานเมื่อสำนึกได้ว่าอาจจะกำลังตัดสิน “คน” ผิดๆ แต่ไม่ช้าไม่นาน ฉันเริ่มแน่ใจในสิ่งที่ตัวเองคิด 2 อาทิตย์เต็มที่ฉันเฝ้าจับตาดูหล่อนเช้าเย็นบนชานชาลารถไฟฟ้ามาโดยตลอด ผู้หญิงคนนี้ดำเนินชีวิตตามโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ฝังอยู่ในสมองไม่ผิดแน่ หล่อนเป็น “แอนดรอยด์” (ถึงฉันควรจะเรียกหล่อนว่า “จีนอยด์” ซึ่งหมายถึงหุ่นยนต์เพศหญิงได้ก็ตาม แต่ฉันไม่คิดว่าหุ่นยนต์จะกำเนิดมาพร้อมกับสิ่งที่บ่งบอกเพศได้อย่างมนุษย์จริง เพราะฉะนั้นฉันไม่จำเป็นต้องยกย่องมันด้วยการแยกเพศให้) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณเพื่อนคนนึงส่งเรื่อง(เกือบไม่)สั้นมาให้อ่าน<br />
เป็นของคุณน้องที่สนิทกันอีกคน<br />
เรื่องยาวจริงๆ ยังอ่านไม่จบเลย อ่านไปได้นิดหน่อย <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /><br />
แต่ชอบการเปรียบเทียบหลายๆอย่างในเรื่องมาก<br />
เอามาเผยแพร่ก่อนเผื่อใครอยากอ่าน !!</p>
<p><b>ยินดีด้วยนะสำหรับรางวัล <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /><br />
เจ๋งจริงๆ !! </b></p>
<p>ปล.ไม่รู้จะให้บอกนามปากกว่าว่าไงดี เอาเป็นว่า rainycoolie ไปก่อนละกันนะ <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>ปล2.เพิ่งก้าวลงจากสนามบินได้ไม่ถึงวัน<br />
หลังจากหนีหนาวไปหนาวอยู่ที่สเปนและโปรตุเกสร่วม 10 วัน<br />
ไว้จะมาทยอยสาธยายให้ฟังกันอีกที <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  </p>
<p><span id="more-9"></span><br />
<b>คนจริง คนเทียม</b></p>
<p>ฉันเห็นผู้หญิงคนนั้นทุกเช้า&#8230;<br />
ใช่ว่าหล่อนเป็นคนสวยสะดุดตาหรือว่าน่าสนใจกว่าคนอื่น ก็แค่ผู้หญิงทำงานธรรมดา อายุราว 27 ไม่น่าจะมากน้อยไปกว่านั้น    ผมเหยียดตรงดูไร้ชีวิตยาวเกือบถึงกลางหลัง ใบหน้าค่อนข้างกลมเคลือบด้วยรองพื้นหนาเตอะจนขาวผ่องตัดกับแก้มสีชมพูหวานแหวว ขนตายาวงอนผ่านการดัดแต่งมาเป็นอย่างดีรับกับคิ้วโก่งได้รูปเข้าสมัยนิยม รูปร่างค่อนข้างเจ้าเนื้อและสูงตามมาตรฐานหญิงไทยทั่วไปอยู่ในชุดพองฟูเหมือนตุ๊กตา เสื้อประดับลูกไม้ผ้าชีฟองสีขาวตัวบนเข้าชุดกับกับกระโปรงบานทรงเอสีครีมระดับเข่า ดูพอเหมาะพอดีกับรองเท้าส้นเข็มสีขาวปักเลื่อมคู่นั้น หากจะให้จำกัดความหล่อนว่าเป็นสาวสวยก็คงยังถือว่าห่างไกลจากคำนั้นพอสมควร เพียงแต่หล่อนรู้จักหมุนตัวเองให้ทันแฟชั่นปัจจุบันจนกลมกลืนดีเท่านั้นเอง<br />
ที่ผ่านมาฉันเห็นผู้หญิงประเภทนี้เป็นพิมพ์เดียวกันมาตลอด ไม่ได้ให้ความสำคัญไปมากกว่าตอนเห็นภาชนะพลาสติกลดราคาล็อตใหญ่จากโรงงานที่กองขายตามท้องตลาดเลย แต่ที่ทำให้ฉันเริ่มมองเห็นการมีตัวตนของหล่อนมากขึ้นเรื่อยๆก็เพราะพฤติกรรมบางอย่างซึ่งน่าสนใจมาก ฉันสังเกตมาเรื่อยๆจนสรุปกับตัวเองได้ในวันหนึ่งว่า ผู้หญิงคนนี้จริงๆแล้วไม่ใช่มนุษย์!<br />
ฟังดูเป็นเรื่องแปลกถ้าจะสรุปเอาดื้อๆว่า สิ่งที่คิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์ พูดและกระทำเหมือนมนุษย์แท้จริงแล้วนั้นไม่ใช่มนุษย์ ในตอนแรกฉันตกใจลนลานเมื่อสำนึกได้ว่าอาจจะกำลังตัดสิน “คน” ผิดๆ แต่ไม่ช้าไม่นาน ฉันเริ่มแน่ใจในสิ่งที่ตัวเองคิด 2 อาทิตย์เต็มที่ฉันเฝ้าจับตาดูหล่อนเช้าเย็นบนชานชาลารถไฟฟ้ามาโดยตลอด ผู้หญิงคนนี้ดำเนินชีวิตตามโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ฝังอยู่ในสมองไม่ผิดแน่ หล่อนเป็น “แอนดรอยด์” (ถึงฉันควรจะเรียกหล่อนว่า “จีนอยด์” ซึ่งหมายถึงหุ่นยนต์เพศหญิงได้ก็ตาม แต่ฉันไม่คิดว่าหุ่นยนต์จะกำเนิดมาพร้อมกับสิ่งที่บ่งบอกเพศได้อย่างมนุษย์จริง เพราะฉะนั้นฉันไม่จำเป็นต้องยกย่องมันด้วยการแยกเพศให้) ที่มีระบบปฏิบัติการไร้ที่ติ สามารถแทรกซึมอยู่กับพวกมนุษย์ได้ดีเยี่ยมจนไม่มีใครจับผิดได้ ยกเว้นฉัน ฉันออกจะภูมิใจอยู่ไม่น้อยกับการค้นพบครั้งนี้ แต่ก็หวาดหวั่นว่านี่อาจจะเป็นโครงการลับสุดยอดของรัฐบาลที่ร่วมมือกับอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ระดับโลกก็เป็นได้ มนุษย์เทียมเพศเมียตัวนี้เป็นแค่หุ่นนำร่องถูกส่งมาทดสอบเท่านั้นเอง ฉลาดจริงๆที่คิดทดสอบกับประชากรผู้หญิงก่อน เพราะหากแอนดรอย์ทดแทนมนุษย์เพศเมียได้จริง การควบคุมจำนวนประชากรมนุษย์โลกไม่ให้เกิดเจเนอเรชั่นใหม่ย่อมทำได้ไม่ยาก เมื่อนั้นการแทรกซึมก็&#8230;<br />
ฉันถอนใจแผ่วเบาด้วยความกลัดกลุ้ม เค้าลางหายนะของมนุษยชาติฉายแววอยู่เบื้องหน้า คงจะดีหากสิ่งที่ฉันคิดไม่ใช่เรื่องจริง ขณะที่ฉันกำลังหมกมุ่นอยู่กับการค้นพบอันน่าสะพรึงกลัว ผู้หญิงคนนั้นก็เดินทอดน่องมาช้าๆ และหยุดยืนนิ่งใกล้ๆฉันท่ามกลางผู้คนมากมายบนชานชาลายามเช้าที่เร่งฝีเท้าแกมวิ่งเพื่อให้ทันขบวนรถ มันถือวัตถุทรงเหลี่ยมอยู่ในมือและแนบเข้ากับใบหูข้างซ้ายด้วยอารมณ์เบิกบานซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ทำให้ฉันแน่ใจว่ามันถูกโปรแกรมมาเพื่อให้กระทำซ้ำๆกันทุกวัน ราวกับไม่รู้สึกรู้สมกับความวุ่นวายตรงหน้า ไม่แยแสกับมนุษย์หลายคนที่เดินตามหลังมาและต้องหยุดชะงักจนหัวแทบชนกันเมื่อมันยืนนิ่งกลางทางเดินเอาเสียดื้อๆ เพียงเพื่อจะหัวเราะกับคู่สนทนาในสาย เป็นเช่นนี้วันแล้ววันเล่า ฉันหมดความลังเลสงสัยอีกต่อไป อย่างหนึ่งที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ไม่เคยบันทึกไว้ในชิพขนาดจิ๋วทรงประสิทธิภาพอย่างแน่นอนก็คือ ความเกรงอกเกรงใจและนึกถึงผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์สั่งสอนสืบต่อกันมาทางวัฒนธรรมแห่งการอยู่ร่วมกัน เรื่องนี้คงลึกซึ้งเกินกว่าที่คอมพิวเตอร์จะป้อนข้อมูลให้กับมนุษย์เทียมพวกนี้ได้  แอนดรอยด์ตัวนี้กำลังใช้อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องของมัน อาจจะเป็นภารกิจส่งข้อมูลลับด้านพฤติกรรมมนุษย์ไปให้รัฐบาล ฉันไม่อยากคิดไปถึงว่ามันกำลังติดต่อกับแอนดรอยด์ตัวอื่น มันน่ากลัวเกินไป ฉันอาจจะหวาดวิตกไปเอง แค่แอนดรอยด์เพียงตัวเดียว ฉันก็คิดว่ามันเป็นภัยคุกคามสายพันธุ์มนุษย์มากพอแล้ว ฉันพยายามลอบฟังเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากรูเล็กๆบนวัตถุสี่เหลี่ยมเครื่องนั้นแต่ก็ได้ยินเพียงเสียงคลื่นแทรกเป็นระยะ จับใจความไม่ได้ชัดเจน หากมันยังคงส่งภาษาเลียนเสียงมนุษย์โต้ตอบกันอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว แม้แต่กล้ามเนื้อและรูขุมขน อวัยวะทุกอย่างบนใบหน้ามันก็ช่างคล้ายคลึงกับมนุษย์จนแยกแยะได้ยาก เสียงเริงร่านั้นสัมพันธ์กับเซลล์กล้ามเนื้อเทียมบนใบหน้าที่ยืดเข้าออกเวลาแสดงอารมณ์ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถสร้างแอนดรอยด์ที่เหมือนกับมนุษย์จริงได้มากขนาดนี้? ความสามารถและโครงสร้างภายในของมันพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว? มันได้รับคำสั่งมาให้ทำอะไรกับมนุษย์เรากันแน่? คำถามมากมายผุดขึ้นมาในใจฉันทีละข้อ ฉันถึงกับขนลุกชันเมื่อตระหนักได้ว่าอาจจะมีฉันเพียงคนเดียวที่จับสังเกตความจริงเรื่องนี้ได้ ถ้าเช่นนั้น อะไรที่กำลังรอฉันอยู่เบื้องหน้า หนทางที่เต็มไปด้วยภยันตรายอย่างนั้นหรือ?<br />
คนบนชานชาลาบางตาลงเมื่อขบวนรถเริ่มเคลื่อนตัวออกไป มันเดินห่างออกจากฉันไปแล้วอย่างช้าๆ ฉันปรายตามองชายกระโปรงพริ้วสะบัดตามการเคลื่อนไหวด้วยร่างกายสั่นเทา กลัวมันจะจับได้ว่าฉันล่วงรู้ความลับของมัน ดูเหมือนเสียงจากอีกฝั่งหนึ่งของอุปกรณ์ทรงเหลี่ยมจะหยุดการติดต่อไปแล้ว ฉันเห็นมันรีบเก็บเจ้าวัตถุนั่นเข้าไปในกระเป๋าหนังสีสดลวดลายเป็นตัวอักษรคล้ายอักษรโรมัน 2 ตัวดูมีราคาแบบที่มนุษย์เพศหญิงผู้มีฐานะทั้งหลายนิยมกัน แล้วหยิบวัตถุรูปทรงสะอาดตาอีกชิ้นหนึ่งขึ้นมาต่อเข้ากับสายสีขาวที่มีฟองน้ำกลมๆขนาดเล็กตรงปลายสองข้างและเสียบเข้ารูหูอย่างคล่องแคล่วเหมือนไม่ใช่การเคลื่อนไหวของมนุษย์ มันคงกำลังจะดาวน์โหลดโปรแกรมหรือไม่ก็รับฟังข้อมูลคำสั่งจาก “นาย” ของมัน ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นรัฐบาล หากแต่เสียงที่เล็ดลอดแว่วออกมากลับกลายเป็นเสียงดนตรีจังหวะคึกคักเร้าใจ ฉันจับสังเกตลักษณะพิเศษของแอนดรอยด์เพศเมียตัวนี้ได้อีกข้อคือ มันเป็นหุ่นที่ต้องอาศัยพลังงานจากอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์อย่างใดอย่างหนึ่งตลอดเวลาไม่เช่นนั้นแล้วการดำเนินชีวิตเลียนแบบมนุษย์ของมันอาจจะเกิดความบกพร่องได้ มิน่าล่ะมันถึงไม่ยอมห่างจากวัตถุทรงเหลี่ยมนั่น มันต้องเป็นแหล่งพลังงานหลักเป็นแน่ ในขณะที่วัตถุที่มันกำลังใช้อยู่คงเป็นพลังงานเสริมเท่านั้น เท่าที่รู้เจ้าวัตถุที่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ว่านี้สามารถปล่อยรังสีบางอย่างออกมาทำลายเซลล์สมองของมนุษย์ได้ ใช่แล้ว! จุดประสงค์ที่ทุกวันนี้วัตถุสื่อสารตัวนี้เป็นที่นิยมในหมู่มนุษย์ก็เพราะว่ามันเป็นแผนการตลาดอันแยบยลของรัฐบาลกับองค์กรเครือข่ายโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ที่จะบ่อนทำลายกลไกการคิดของมนุษย์ทีละเล็กทีละน้อยจนสุดท้ายเซลล์สมองก็เปลี่ยนรูปกลายเป็นเซลล์ร้ายและฆาตกรรมมนุษย์ได้ในที่สุด เพื่อที่ว่าแอนดรอยด์จะได้มากลืนกินพื้นที่ในโลกนี้ได้ ที่แย่กว่านั้น ไม่เพียงแต่ผลร้ายจะเกิดโดยตรงกับเหยื่อช่วงที่ใช้มันติดต่อกัน แม้แต่เหยื่อที่ไม่ได้ใช้ก็ยังได้รับรังสีทางอ้อมได้อีกด้วย แอนดรอยด์ตัวนี้ถูกโปรแกรมมาให้สูบกินพลังงานจากเครื่องมืออิเลคทรอนิกส์แทนการเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบเก่าๆ ด้วยวิธีการแนบเนียนและยังสามารถแผ่รังสีอันตรายเพื่อทำลายมนุษย์ที่อยู่ใกล้มันได้ด้วย ตามที่รัฐบาลสหรัฐเรียกมันว่าเป็น Electromagnetic Radiation Hazard หรือ EMR ผู้คนเกือบ 2 พันล้านคนที่กำลังใช้โทรศัพท์มือถือบนโลกนี้กำลังถูกคุกคามโดยไม่รู้ตัว ฉันถึงกับตกตะลึงเป็นครั้งที่สองเมื่อค้นพบแผนการร้ายนี้ นั่นหมายถึงมนุษย์ทุกคนกำลังเป็นเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยมีเบื้องหลังเป็นรัฐบาลและองค์กรยักษ์ใหญ่เลือดเย็นหรือนี่?!<br />
ฉันเริ่มรู้สึกสูญสิ้นศรัทธาในการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์เสียแล้ว&#8230;<br />
รถขบวนใหม่ค่อยๆ วิ่งเข้าสู่สถานี ชั่ววินาทีแห่งความหดหู่นั้น ฉันตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปในขบวนรถตามแอนดรอยด์ตัวนั้นไปอย่างเงียบเชียบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาฉันได้แต่ปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นไปเปล่าๆ วันนี้ฉันในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งสมควรที่จะหาทางออกเพื่อปกป้องชะตากรรมของมวลมนุษย์ไว้ โชคดีที่เสียงล้อรถบดขยี้กับรางเหล็กดังสนั่นพอที่จะกลบเสียงเต้นระรัวของหัวใจฉันได้มิดชิดขณะที่ขยับตัวไปยืนใกล้มัน ฉันแอบมองมันยืนพิงเสาฟังเพลงของมนุษย์ด้วยความสนใจใคร่รู้ เสียงจังหวะดนตรีปนเสียงร้องโหยหวนแผดดังออกมานอกสายหูฟังสีขาวคู่นั้น กลไกอวัยวะภายในของมันคงรองรับเสียงดังได้มากกว่า 140 เดซิเบลติดต่อกันอย่างสบายๆ เพราะมันดูจะเพลิดเพลินกับแรงสั่นสะเทือนของเสียงกลองที่ทะลุทะลวงออกมาข้างนอกเหลือเกินทั้งที่ฉันเองรู้สึกเหมือนแก้วหูตัวเองกำลังปริแตกเป็นเสี่ยงๆ  ได้แต่ภาวนาให้ช่วงเวลาอันทรมานนี้จบสิ้นลงโดยเร็ว ภาพอาคารบ้านช่องตึกสูงภายนอกที่วิ่งผ่านสายตาไปไม่ได้ทำให้ฉันเพลิดเพลินใจไปด้วยเลย  เมื่อสำเหนียกได้ว่าชะตากรรมของมนุษย์จะถึงกาลอวสานในไม่นานนี้แล้ว ดูจะไม่มีใครรอบข้างที่สนใจแอนดรอยด์ตัวนี้เหมือนฉัน มันช่างกระทำตัวเลียนแบบมนุษย์ได้ไม่ผิดเพี้ยน หากไม่ได้จับตามองตั้งแต่ต้น มีหรือฉันจะรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอย่างเราๆ รถไฟฟ้าแล่นผ่านไป 2 สถานีแล้ว จู่ๆ ฉันก็เห็นมันทำท่าหงุดหงิดอะไรสักอย่าง ทั้งที่มันยืนพิงแอบเสากลางขบวนรถราวกับสัตว์ไร้กระดูกอยู่ตลอดแต่มันก็ยังขยับขาไปมาเหมือนจะสลัดความเมื่อยขบจากการยืนบนส้นแหลมเล็กเช่นเดียวกับมนุษย์ผู้หญิง น่าแปลกที่รัฐบาลยังใส่โปรแกรมความรู้สึกปวดเมื่อยให้มันได้ แต่กลับไม่ได้ป้อนข้อมูลเรื่องพฤติกรรมสัตว์สังคมให้ มันจึงทำตัวประหนึ่งใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจเจกไม่สนใจมนุษย์คนอื่นรอบข้าง ฉันรีบถอนมือออกจากเสาที่เกาะอยู่เมื่อปลายเส้นผมสากตรงและแผ่นหลังของมันนาบลงมากับเสาอีกครั้ง มันไม่ได้มีทีท่าจะรู้สึกว่าร่างกายสัมผัสโดนเลือดเนื้อที่แท้จริงของมนุษย์อย่างฉันและคนอื่นๆเลย ความรู้สึกหวาดกลัวสิ่งแปลกปลอมผุดขึ้นทันควัน ฉันลนลานเอามือมาถูกับชายเสื้อตัวเองทันที มนุษย์ผู้ชายข้างๆฉันหันไปมองมันทีสลับกับฉันที แววตามีคำถามแต่ฉันไม่มีเวลาพอจะอธิบายกับเขาหรอก ฉันต้องเก็บข้อมูล ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้เพื่อตัวเอง แต่ก็เพื่อพวกมนุษย์หน้าโง่ผู้ไร้การระวังตัวพวกนี้ทั้งนั้นแหละ<br />
และแล้วมันก็ลงไปนั่ง อีกเพียง 2 สถานีก็จะถึงปลายทาง ฉันเลือกนั่งตรงที่ว่างตรงข้ามกับมัน แววตาเราสบกันอยู่แว่บหนึ่ง แล้วก็มันเสมองไปทางอื่นก่อนจะล้วงหยิบวัตถุคู่กายในกระเป๋าหนังออกมาอีกครั้ง ฉันนั่งตัวแข็งทื่อ หรือว่ามันรู้ตัวแล้วว่าฉันสะกดรอยตามดูพฤติกรรมมันอยู่   ถึงได้หยิบอุปกรณ์เสริมพลังงานของมันอีกตัวขึ้นมาเพื่อเตรียมต่อสู้&#8230;<br />
ที่แท้มันก็เพียงแค่กดอะไรเล่นบนหน้าจอฆ่าเวลาเท่านั้นเอง เพียงครู่เดียวก็มีเสียงเพลงดังลั่นออกมาจากวัตถุในมือมัน ฉันเห็นมันรีบกระตุกสายสีขาวออกแล้วยกเจ้าวัตถุนั่นแนบหู สีหน้าสดชื่น ก็แน่ล่ะ สามารถชาร์จพลังงานได้ถึงสองทางในเวลาเดียวกันผ่านทางหูซ้ายและหูขวาคงทำให้มันรู้สึกเต็มอิ่ม มันเริ่มหัวเราะและพูดคุยเรื่องส่วนตัวต่างๆของตัวเองเสียงลั่นราวกับเป็นหัวข้อระดับชาติที่ผู้คนทุกคน ณ ที่นี้ต้องรับรู้ วิเศษจริงๆ ดูท่ามันจะไม่มีเวลาสำหรับ “ความเงียบ” บ้างเลย เท่าที่ฉันรู้มาบ้างก็คือว่า แอนดรอยด์พวกนี้ปรารถนาจะกลายเป็นมนุษย์จริงๆให้ได้ ถึงแม้มันจะรู้ว่าลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกับมนุษย์มากแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็ยังคงเกลียดความว่างเปล่าของตัวเองอยู่ดี ความเงียบงันสงบนิ่งคงทำให้มันหวนนึกถึงข้างในจิตวิญญาณที่กลวงโหวงจนต้องใช้เสียงสังเคราะห์ต่างๆ มาเติมเต็มการรับรู้ตัวตนของมันเอง ฉันหดหู่ใจแทนพวกมันก็จริง  เพียงแต่ฉันก็อดกลัวขีดความสามารถในการขบคิดด้วยตัวเองของมันไม่ได้เช่นกัน ถึงวันหนึ่งแล้วหากมันคิดได้มากกว่านี้ มนุษย์จะตกเป็นเบี้ยล่างมันหรือเปล่า แล้วเมื่อนั้นพวกมันจะทำลายกฎ 3 ข้อของแอนดรอยด์ที่อาซิมอฟตั้งไว้ได้ด้วยใช่หรือไม่ แค่กฎเพียงข้อแรกข้อเดียวที่ว่าห้ามพวกมันทำอันตรายมนุษย์ถูกทำลายไป กฎข้ออื่นก็ย่อมจะตามมา นั่นหมายถึงมันจะไม่เชื่อฟังมนุษย์อีกต่อไปอย่างที่กฎข้อที่ 2 บัญญัติไว้ ดีไม่ดีฉันกลัวว่ามันจะยกกฎข้อที่ 3 มาสำคัญเหนือกฎข้ออื่น หากมันเลือกที่จะปกป้องการมีอยู่ของตัวเอง และละทิ้งกฎทุกข้อไป เราจะทำอย่างไร?<br />
แต่ถึงอย่างไรเสีย มนุษย์ก็ต้องมาเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว ฉันเชื่อมั่นในความเหนือกว่าของเผ่าพันธุ์เรา ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่ามนุษย์อีกแล้ว อย่าว่าแต่สิ่งไม่มีชีวิตที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง มีหรือมันจะสู้เราได้!<br />
เสียงขบวนรถเคลื่อนเข้าสู่ชานชาลาปลายทางพร้อมกับแรงเบรคที่ปลุกให้ฉันกลับมาสู่ความเป็นจริง ตรงหน้าไม่มีร่างของแอนดรอยด์เพศเมียตัวนั้นแล้ว ฉันผุดลุกขึ้นยืนโดยเร็วพลางสอดส่ายสายตาไปรอบๆ แย่จริงที่มัวแต่คิดวิตกจนมันคลาดสายตาไปได้ ฉันคร่ำครวญกับตัวเอง แล้วพรวดพราดแหวกฝูงมนุษย์ที่กรูกันไปออตรงช่องทางออกอย่างบ้าคลั่ง<br />
นั่น! มันกำลังใช้มือขวาสอดบัตรขณะที่มือซ้ายวุ่นวายอยู่กับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ประจำตัว เพราะความงุ่มง่ามของมันทำให้ฉันตามมาทัน ฉันคิดอย่างลิงโลดใจ เพียงครู่เดียวฉันก็อยู่ในระยะประชิดตัวมันได้สำเร็จ มันยังคงไม่รู้ตัวเพราะเพลิดเพลินกับการชาร์จพลังงาน ฉันสะกดรอยตามมันไปเรื่อยๆ จนถึงอาคารใหญ่สูง 30 ชั้นแห่งหนึ่งริมถนน และต้องชะงักเมื่อเห็นมนุษย์หนุ่มในชุดเครื่องแบบรักษาความปลอดภัยยืนทะมึนอยู่เบื้องหน้า แอนดรอยด์ตัวนั้นหยิบสายยาวๆออกจากกระเป๋าหนังมาห้อยคอแล้วเดินเข้าไปในอาคารด้วยท่วงท่าเป็นธรรมชาติ ฉันรู้ดีว่าภารกิจวันนี้คงจบเพียงเท่านี้ เสียดายที่ไม่ได้เตรียมตัวมาดีพอที่จะเข้าไปข้างในนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันค่อนข้างมั่นใจคือ ภายในอาคารต้องมีเครือข่ายแม่ที่เรียกว่า คอมพิวเตอร์ คอยหล่อเลี้ยงพลังงานชีวิตของแอนดรอยด์อยู่แน่นอน มันเป็นอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ขั้นสูงที่รุกล้ำโลกมนุษย์มาหลายสิบปีแล้วตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 และค่อยๆพัฒนาอัจฉริยภาพของตัวเองจนมาถึงระดับนี้และคงจะก้าวไกลไปมากกว่านี้เรื่อยๆ น่าหวาดหวั่นที่ปัจจุบันมนุษย์แทบจะขาดมันไม่ได้ มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเหมือนเป็นปัจจัยที่ 5 คอยโยงใยขับเคลื่อนดาวเคราะห์ดวงนี้ในศาสตร์แทบทุกแขนง การที่มนุษย์ร่วมมือกับเจ้าตัวที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ให้กำเนิดครึ่งคนครึ่งเครื่องจักรอย่างแอนดรอยด์ออกมาเช่นนี้ เรียกได้ว่าเป็นเหมือนการทรยศบรรพบุรุษมนุษย์เราอย่างสิ้นเชิง  ที่ฉันทำใจยอมรับไม่ได้เด็ดขาดก็คือ รัฐบาลฉ้อราษฎร์ของทั่วโลกกลับคิดไกลถึงขนาดจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์เพื่อเปลี่ยนประชากรให้เป็นแอนดรอยด์ทั้งหมด แล้วจะได้ขึ้นเป็นใหญ่โดยมีแค่พรรคพวกตัวเองคอยชักใยบงการคอมพิวเตอร์อีกที นึกแล้วก็น่าอดสูเหลือเกิน ฉันต้องเปิดโปงแผนการนี้ให้พวกมนุษย์สายพันธุ์บริสุทธิ์รู้ให้ได้ในเร็ววัน เราจะได้ขับไล่มันและฟื้นฟูความเป็นคนที่แท้จริงอีกครั้ง!<br />
มนุษย์ในเครื่องแบบสีฟ้านั่นกำลังมองมาที่ฉันอย่างไม่ไว้ใจ หมดหนทางที่จะเข้าไปข้างในแล้ว แต่อย่างไรเสีย ฉันก็ยังมีโอกาสลอบติดตามแอนดรอยด์เพศเมียตัวนี้กลับไปรังของมันในตอนค่ำได้อยู่ดี ไม่จำเป็นที่ฉันต้องเร่งรีบเกินไปนัก แค่จะเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเพื่อเอากลับไปวิเคราะห์หาจุดอ่อนโจมตีมันและเปิดโปงรัฐบาลที่อยู่เบื้องหลังก็เพียงพอแล้ว แต่หากจำเป็นจริงๆ ฉันก็พร้อมสละชีวิตต่อสู้กับความลวงโลกจนถึงที่สุด!<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p>เวลา 8 ชั่วโมงเต็มที่ฉันต้องนั่งรอไม่นับว่าสูญเปล่าเมื่อแอนดรอยด์ตัวเดิมเดินก้าวออกมาจากอาคารใหญ่ ท่าทางมันดูอ่อนเพลียลงมาก ฉันจับตามองเขม็งอยู่ตรงมุมถนนใกล้สวนหย่อมด้วยกลัวว่ามันจะหลุดลอดสายตาไปได้อีกครั้ง มันหันซ้ายขวาเหมือนจะมองหาใครสักคนขณะที่โปรแกรมการสื่อสารซ้ำซากผ่านวัตถุทรงเหลี่ยมเริ่มขึ้นอีกครั้ง ฉันคิดไว้ไม่มีผิด มันห่างจากอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์เหล่านี้ไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว อยากรู้นักว่าถ้าฉันวิ่งเข้าไปแย่งแหล่งกำเนิดพลังหรือเครื่องมือลอบติดต่อกันของมันมาทำลายทิ้งแล้ว มันจะยังดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือไม่ หรือว่ามันจะเกิดประจุไฟฟ้าวิ่งพล่านแล้วหยุดทำงานไปเฉยๆ หรือไม่แน่ฉันอาจจะโดนทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตเลยก็ได้ เรื่องแบบนี้ต้องคิดให้รอบคอบก่อนทำ จะวู่วามไม่ได้เพราะฉันยังไม่รู้ความสามารถที่แท้จริงของมัน เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ฉันแกล้งเดินปะปนกับผู้คนรอบข้างทั้งๆที่ยังจับจ้องเป้าหมายไม่วางตา มันยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่ข้างหน้าอาคาร แม้จะอยู่ในระยะไกลแต่ฉันก็ยังเห็นได้ว่า ใบหน้ากลมอูมของมันแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเครื่องสำอางแต่คงเป็นเพราะระบบกลไกในตัวมันกำลังทำงานหนัก คาดว่ามีปัญหากับขั้นตอนการสื่อสาร อาจจะมีการส่งผ่านข้อมูลผิดพลาดหรือไม่ก็ข้อมูลที่ส่งไปโดนปฏิเสธ มันแสร้งทำเป็นโกรธแบบมนุษย์ผู้หญิงได้เหมือนจริงดีทีเดียว ฉันเองยังเกือบหลงกลอยู่หลายครั้ง โปรเจคท์ที่ประดิษฐ์แอนดรอยด์ตัวนี้ขึ้นมาต้องใช้เงินไปไม่ต่ำกว่าร้อยล้านเป็นแน่&#8230;<br />
เจ้าแอนดรอยด์เพศเมียเดินกระแทกเท้ากลับไปยังเส้นทางเดิมเมื่อเช้า ฉันแอบตามไปห่างๆ นึกระแวงว่าระบบปฏิบัติการมันจะไม่เสถียรพอแล้วอาจคลุ้มคลั่งทำร้ายมนุษย์รอบข้างได้ ใจหนึ่งฉันก็อยากจะร้องตะโกนเตือนคนอื่น แต่อีกใจก็เกรงว่าจะทำให้ความแตกกลายเป็นชนวนสงครามระหว่างแอนดรอยด์กับมนุษย์อย่างกะทันหัน ซึ่งถึงแม้จะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มันก็ไม่ควรจะเป็นวันนี้ เวลานี้ เวลาที่เด็กนักเรียนตัวน้อยเดินเกี่ยวก้อยกับมนุษย์เพศแม่ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มใต้แสงแดดอ่อนละมุน ชายชราสูงวัยกลุ่มใหญ่เดินออกกำลังกันบนพื้นหญ้าเขียวสะอาดตา ผู้คนบริสุทธิ์อยู่บริเวณนี้มากเกินไป ฉันไม่อยากเสี่ยงให้เกิดโศกนาฏกรรมโดยไม่จำเป็น อย่างน้อยมนุษย์ต้องมีเวลาเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้ที่จะต่อสู้กับพวกมัน<br />
จู่ๆมันก็หยุดชะงักและหันหลังกลับมามอง ฉันไม่ทันระวังตัวจึงทำได้แค่แกล้งเดินผ่านไปเพื่อกลบเกลี่อนไม่ให้มันรู้ว่าฉันแอบสะกดรอยตามมันมา โชคร้ายที่มันได้เห็นหน้าฉันแล้วอีกครั้งหนึ่ง ฉันคงต้องระวังมากกว่านี้ การให้ศัตรูได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเราถึง 2 ครั้งในวันเดียวกันนับเป็นข้อเสียเปรียบมาก มันมองฉันแบบไม่วางใจนักแต่ก็ดูไม่ติดใจสงสัยอะไรเมื่อเห็นฉันเดินเลี้ยวเข้าซอยไป พ้นสายตามันแล้ว ฉันกลั้นหายใจอย่างตื่นเต้น หัวใจเหมือนจะระเบิดออกมานอกอก พอระงับความหวาดกลัวได้แล้ว ฉันค่อยๆ ก้าวเท้าที่สั่นเทาออกมา สายตาสอดส่ายมองหาเป้าหมายอีกครั้ง ฉันเห็นหลังมันไวๆที่ห้างสรรพสินค้าหรูหราตรงหน้า มันคงกำลังวางแผนจะทำตัวให้คล้ายคลึงมนุษย์ในระบบบริโภคนิยมอย่างเราๆ ตอนแรกก็แกล้งทำเป็นผู้ตามกระแสที่ดี แต่ในไม่ช้ามันต้องคิดจะก้าวเป็นผู้นำเพื่อหลอกล่อให้มนุษย์ทั้งหลายติดกับและคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกับที่มันกำหนด เมื่อมนุษย์ตกอยู่ในเบ้าหลอมเดียวกันแล้วก็เหมือนเป็นสินค้าอุตสาหกรรม Mass production จะชี้นำให้ไปทางใดก็ย่อมทำได้โดยง่าย กว่าที่พวกมนุษย์จะรู้สึกตัว แอนดรอยด์ก็คงมาแทนที่มนุษย์ทั้งหมดแล้ว…<br />
ฉันพยายามเว้นระยะห่างจากมันให้มากกว่าเดิม ถ้ามันเห็นฉันอีกทีคราวนี้คงจะไม่เกิดผลดีกับฉันแน่ มันเดินวางท่าเข้าไปในร้านเครื่องสำอาง จ้องมองสินค้าต่างๆอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหยุดตรงมุมที่มีมนุษย์ผู้หญิงหลายสิบคนยืนเบียดเสียดมุงดูอะไรสักอย่างราวกับเป็นรังปลวกขนาดมหึมา ฉันแสร้งเลี้ยวเข้าแผนกรองเท้าที่อยู่ไม่ห่างออกไปนักเพื่อที่จะจับตาดูมันได้ถนัดโดยไม่ผิดสังเกต  ที่แท้มันก็กำลังสนใจฟังพนักงานสาวหุ่นเซ็กซี่ยืนบรรยายสรรพคุณผลิตภัณฑ์ความงามทั้งหลาย ทั้งอาหารเสริมช่วยลดน้ำหนัก ครีมโลชั่นทาผิวขาวใส แชมพูเพื่อเส้นผมยาวตรงสลวย น้ำหอมกลิ่นมัดใจชาย ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่จอมปลอมเหลือเกินในความคิดฉัน แต่มันก็ฉลาดที่สามารถทำตัวกลมกลืนไปกับมนุษย์เพศหญิงทั้งหลายได้ไม่ผิดเพี้ยน ทั้งที่มันเองนั่นแหละเป็น “นางนกต่อ” ส่งผ่านวัฒนธรรมบริโภคนิยมอันโง่เขลามาจากกระแสโลกาภิวัฒน์ที่ชอนไชไปทั่วโลก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่ามันเป็นแอนดรอยด์ที่รับคำสั่งจากใคร คอยแทรกตัวและส่งต่อระบบความคิดจาก”นายเหนือหัว” ของมันให้มนุษย์เป็นทอดๆ จนในที่สุดแล้ว มนุษย์ก็จะเป็นพิมพ์เดียวกัน นิยมรูปลักษณ์ประเภทเดียวกัน บริโภคอาหารชนิดเดียวกัน และร้ายที่สุด ก็คือกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้การวิเคราะห์เฉกเช่นเดียวกันหมด เมื่อนั้นการแยกแยะแอนดรอยด์กับมนุษย์ก็จะทำได้ยากยิ่ง ฉันกลั้นหายใจระงับความตื่นเต้นแล้วพยายามเข้าใกล้มันให้มากขึ้นเพื่อสังเกตพฤติกรรม มันคว้าตะกร้าโกยสินค้าชนิดต่างๆลงไปอย่างไม่ลังเลด้วยใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ดูๆไปก็คล้ายกับเป็นการระบายอารมณ์เคร่งเครียดที่มันเป็นอยู่เมื่อครู่ ทั้งที่ฉันไม่คิดว่าการจับจ่ายซื้อของจะช่วยผ่อนคลาย “อารมณ์” ให้หุ่นยนต์ได้เหมือนกับที่มนุษย์บางจำพวกเป็น ที่มันมีสีหน้าดีขึ้นน่าจะเป็นเพราะอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์สองสายนั่นมากกว่า หรือไม่ก็คงเป็นเพราะเสียงโฉ่งฉ่างกระหึ่มของดนตรีเต้นรำจากเครื่องเสียงตัวโตนั่นกระมัง<br />
การลอบติดตามมนุษย์จำแลงเพศเมียของฉันยังดำเนินไปอย่างระทึก หลายต่อหลายครั้งที่มันเหมือนจะสังเกตเห็นฉันแต่ฉันก็หลบได้หวุดหวิดทุกครั้งไป คงเพราะจิตใจ (หรือฉันจะเรียกว่าระบบการประมวลผลน่าจะถูกกว่า) ของมันไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวนักเพราะฉันเห็นมันก้มลงดูวัตถุคู่กายในมือเป็นระยะ สีหน้าครุ่นคิดแกมเศร้าเสียใจ หรือว่ามันจะขาดการติดต่อกับ “แอนดรอยด์” ตัวอื่นไปซะแล้ว! อา&#8230;พระเจ้าช่างเข้าข้างฉันซะจริงๆ ไม่เช่นนั้นชีวิตฉันคงต้องเสี่ยงอันตรายใหญ่หลวงแน่หากยืนยันจะสะกดรอยตามมันกลับไปยังรังทดลอง การที่มันขาดการติดต่อกับพวกเดียวกันย่อมทำให้งานของฉันสะดวกปลอดภัยมากขึ้น หากจำเป็นฉันอาจจะต้องทำการปิดสวิตซ์มันก่อนซะ แล้วหลังจากนั้นค่อยหาทางประจานต่อสังคมโลกถึงแผนร้ายที่รัฐบาลและองค์กรอุบาวท์ร่วมกันคิดค้นขึ้นมา วันนี้สมเป็นวันที่เหมาะแก่การบุกประจัญบานจริงๆ ไม่เสียแรงที่ฉันตัดสินใจก้าวขึ้นรถไฟฟ้าขบวนนั้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว!<br />
ความมืดภายนอกโรยตัวครอบคลุมเหนือห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์แห่งนั้น แสงสว่างจ้าจากหลอดไฟนีออนนับหลายร้อยดวงทั่วบริเวณสาดส่องปะทะกับแสงราตรีทะมึนยามค่ำคืนที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามา เหมือนความรู้สึกหวาดหวั่นของฉันที่กำลังต่อสู้กันเอง ใจหนึ่งที่รักตัวกลัวตายบอกให้ฉันเลิกล้มความตั้งใจก่อนที่ทุกอย่างจะตัวเองจะดำดิ่งสู่อันตราย อีกใจหนึ่งกลับปลุกเร้าให้ฉันก้าวต่อไปเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ เพราะในเวลานี้มีฉันเพียงคนเดียวที่รู้ความจริงอันแสนน่ากลัวนี้ อำนาจฝ่ายดีและฝ่ายเลวในตัวของฉันผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่แล้วในช่วงเวลาแห่งความลังเลนั้น เจ้าแอนดรอยด์ก็หยุดยืนคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนจะหันซ้ายหันขวาด้วยท่าทีหวาดระแวง มันกำลังมองหาฉันแน่ๆ! วินาทีนั้นเองที่ฉันตัดสินใจว่าภารกิจใหญ่นี้จะล้มกลางคันไม่ได้เสียแล้ว อย่างไรเสียฉันก็ควรเสียสละตัวเองเพื่อหมู่มวลมนุษย์ถึงจะเรียกได้ว่า เกิดมาไม่หนักแผ่นดิน ไวเท่าความคิด ฉันพุ่งพรวดไปยืนหลบอยู่ข้างเสาบริเวณป้ายรถเมล์ สายตาจับจ้องเป้าหมายไม่ให้คลาด ไม่สนใจกับปฏิกิริยางงงวยของคนรอบข้าง บางคนรีบถอยห่างออกจากฉันราวกับเห็นตัวประหลาด อีกไม่นานหรอก แววตาระแวงนี้ก็ต้องเปลี่ยนไปในทางตรงกันข้ามเมื่อได้รู้ความจริงเหมือนที่ฉันรู้ ถึงตอนนั้นฉันก็คงทำได้แค่ให้ความเมตตาปราณีต่อมนุษย์มดปลวกผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เท่านั้น มันยังมองไปรอบๆตัว ท่าทีไม่สบายใจนัก อาจรู้ตัวแล้วก็เป็นได้ว่ามีใครบางคนกำลังจับตามองดูมันอยู่ มนุษย์เทียมพวกนี้ต้องได้รับการติดตั้งระบบกลไกต่างๆเพื่อป้องกันศัตรูมาอย่างดีอยู่แล้ว ฉันจะทำอย่างไรดี หรือจะมีหนอนบ่อนไส้แปลกปลอมอยู่ในกลุ่มชนแถวนี้ด้วยเพื่อคอยบอกความเคลื่อนไหวของฉัน คงต้องมีใครบอกใบ้มันเป็นแน่! ฉันขบฟันกับเนื้อตรงกระพุ้งแก้มอย่างกลัดกลุ้ม สายตากราดมองไปรอบข้างพยายามหาบุคคลที่น่าสงสัย ความตื่นตระหนกทำให้ฉันไม่ทันระวังตัวเท่าที่ควร แค่เพียงพริบตาเดียว จู่ๆแอนดรอยด์เพศเมียตัวเป้าหมายก็หันมาสบตาฉันอย่างจัง แววตามันลุกโพลง คล้ายตื่นกลัวตระหนกระคนเกลียดชัง<br />
ช้าไปแล้วที่ฉันจะหลบอีก มันเคยเห็นฉันแล้ว และคราวนี้ปฏิกิริยาของมันบ่งบอกชัดเจนว่ามันจำฉันได้ มันรู้ว่าฉันแอบตามมันมา! ฉันเห็นมันเดินถอยหลังช้าๆ มือล้วงเข้าไปควานหาอะไรสักอย่างในกระเป๋า มันมีอาวุธ!<br />
ในอึดใจเดียวที่ฉันวิ่งออกจากที่ซุ่มหลบ พุ่งตัวไปที่เป้าหมายอย่างไม่คิดเสียดายชีวิต ในเมื่อมันมีอาวุธร้ายกาจติดตัวมาและมันกำลังจะหยิบออกมาทำอันตรายศัตรู ซึ่งก็หมายถึงฉัน แต่มนุษย์รอบข้างนี่สิ มันคงไม่สนใจหากจะทำให้สิ่งมีชีวิตพวกนี้ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง เพราะนั่นยิ่งทำให้งานมันสำเร็จได้รวดเร็วขึ้นด้วยซ้ำ ฉันต้องหยุดมันให้ได้ ฉันต้องหยุดมัน หยุดมัน&#8230;.<br />
เสียงหวีดร้องดังก้องจนผู้คนแตกฮือ มันกรีดเสียงแหลมเล็กหลายต่อหลายครั้งเมื่อฉันกระตุกผมยาวตรงของมันอย่างแรงด้วยกรงเล็บทรงอานุภาพ ตามด้วยกระชากกระเป๋าที่มันกำลังล้วงอยู่มาเหวี่ยงทิ้งกับพื้น ข้าวของต่างๆนานาข้างในกลิ้งกระเด็นกระจุยกระจาย มีทั้งเครื่องสำอาง กระเป๋าเงิน ของกระจุกกระจิก ที่สำคัญก็คือ มันมีเครื่องชาร์จไฟ อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ และเครื่องช็อตไฟฟ้า! ฉันก้มมองของบางอย่างที่หายไป นั่นไง! วัตถุสี่เหลี่ยมในมือนี่เอง มันกำลังจะรายงานข่าวให้กับพรรคพวกหรือไม่ก็นายของมัน ฉันรีบคว้าของในมือมันมา<br />
เขวี้ยงลงกับพื้น ป้องกันไม่ให้มันติดต่อใครได้และเหยียบเครื่องช็อตไฟฟ้าจนแหลกละเอียดคาเท้า เศษอุปกรณ์แตกกระจายพร้อมๆกับที่เสียงร่ำไห้ราวมนุษย์ผู้หญิงสะอึกสะอื้นออกจากปากกลมแดงของมันไม่หยุด ฉันล้วงคัตเตอร์ขนาดเล็กออกมาจ่อใส่มัน คนรอบข้างถอยห่างเป็นวงกลมล้อมรอบจุดที่ฉันกับมันยืนอยู่ราวกับเราตกอยู่ในวงล้อมอันแสนฟั่นเฟือน ผู้คนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันจนเกิดเป็นเสียงพึมพำกระหึ่มไปทั่ว สีหน้าแววตาตื่นกลัว บ้างก็แอบฉายแววสนุกตื่นเต้น บ้างก็ทำหน้าสนใจใคร่รู้ ต่างเบียดเสียดกันเพื่อจะมองให้เห็นเหตุการณ์ เพียงแต่อยู่ในระยะห่างที่ปลอดภัยกับตัวเองเท่านั้น ความกระเหี้ยนกระหือที่จะเสพเรื่องราวของมนุษย์เหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าฉันมีพรรคพวก “มนุษย์ที่แท้จริง”เคียงข้าง เวลาแค่ไม่ถึงนาทีที่ฉันเข้าบุกประชิดแบบไม่ให้มันได้ตั้งตัวนับว่าได้ผลเกินคาด มันคงไม่คิดว่าฉันจะยอมสู้ตายเพื่อหยุดยั้งมนุษย์ประดิษฐ์อย่างมัน ก็แค่ใช้วิธีการขู่เล็กๆน้อยๆ หากเป็นคนอื่นคงกลัวหัวหดจนต้องล่าถอยไปแล้ว แต่มันคิดผิด นั่นใช้ไม่ได้กับคนอย่างฉันหรอก!<br />
	บัดนี้น้ำหูน้ำตาพร่างพรูทั่วใบหน้าของมัน ซึ่งฉันรู้สึกอัศจรรย์ใจมากที่แอนดรอยด์รุ่นนี้มีการติดตั้งต่อมน้ำตาไว้ด้วย น่าหาเหตุผลเหลือเกินว่าแอนดรอยด์จำเป็นต้องมีต่อมนี้ไว้เพื่ออะไรกันแน่ หรือว่ามันจะรู้ว่าการ “บีบน้ำตา” เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งของมนุษย์ที่ใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ เนื้อตัวถลอกปอกเปิกของมันจากแรงดิ้นรนขัดขืนสั่นระริก ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น “ความหวาดกลัว” ในแววตาของสิ่งอื่นใดที่นอกเหนือจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเลย โดยเฉพาะกับเจ้าสิ่งที่ไม่ได้มีเลือดเนื้ออย่างพวกหุ่นยนต์แบบนี้! ริมฝีปากแห้งผากภายใต้มุกเคลือบสีแดงพะเงิบพะงาบขอความช่วยเหลือ แน่ล่ะ ฉันเห็นมันโปรยสายตาวิงวอนให้กับกลุ่มมนุษย์จอมมุงทั้งหลาย แต่มันยังรู้จักพวกเราน้อยไป มนุษย์พวกนี้ทำหน้าที่แค่เป็นผู้สังเกตการณ์ ไม่มีใครยอมก้าวก่ายหน้าที่อื่นนอกจากการใช้สายตาจับจ้องและใช้ปากวิพากษ์เรื่องราวต่างๆตรงหน้าอย่างเมามัน เรื่องที่จะขอให้มีคนกระโดดพุ่งเข้ามาสู้กับคนร้าย (ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ฉัน ฉันกำลังทำหน้าที่พลเมืองดีที่ต้องกุมความลับระดับโลกไว้ต่างหาก) ก็คงมีแต่ในจออิเลคทรอนิกส์ที่คอยป้อนข้อมูลผิดๆ หลอกลวงผู้คนไปวันๆ ไม่อยู่ในโลกความเป็นจริงเท่านั้นแหละ น่าเสียดายที่มนุษย์เป็นสิ่งซับซ้อนเกินกว่าจะ “สร้าง” ขึ้นมาอย่างผิดธรรมชาติได้ เพราะถึงแม้กระบวนการก่อกำเนิดทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะบันดาลให้เกิดคนขึ้นมาได้จริง แต่ขั้นตอนการเป็น “มนุษย์อย่างสมบูรณ์” นั้นใช่ว่าจะทำกันได้โดยง่าย แอนดรอยด์อย่างมันคงไม่เข้าใจหรอก ดีไม่ดีพวก “มนุษย์จอมปลอม” อย่างรัฐบาลและองค์กรวายร้ายพวกนั้นเองก็เถอะ ยังไม่เข้าใจการเป็นมนุษย์เลยด้วยซ้ำ!<br />
	เวลาผ่านไปเพียงแค่ 10 นาทีนับจากการบุกประชิดตัว แต่เหมือนกับว่าโลกในความคิดฉันได้หยุดนิ่งไปชั่วกัลป์ ความปีติจากชัยชนะทำให้ฉันเผลอไผลดื่มด่ำอยู่ในภวังค์อีกครั้ง กว่าที่จะนึกขึ้นมาได้ว่าภารกิจสำคัญในครั้งนี้ คือการเปิดโปงโฉมหน้าแอนดรอยด์ในคราบมนุษย์เพื่อประจานความชั่วร้ายของผู้อยู่เบื้องหลัง พรรคพวกของมันก็มาถึงพอดีโดยที่ฉันไม่ทันระวัง&#8230;<br />
	“ดูกันให้เต็มตา มนุษย์ทั้งหลาย มันไม่ใช่มนุษย์ผู้หญิงอย่างที่พวกท่านคิด มันไม่ใช่พวกเดียวกับเรา มันแทรกซึมมาเพื่อหาทางกำจัดพวกเรา วันนี้แหละ ข้าพเจ้าจะฉีกหน้ากากนี้ออกซะ ทุกท่านจะได้ตาสว่างและเห็นว่ารัฐบาลทำอะไรกับเราบ้าง มันเป็นหุ่นยนต์ มันเป็นไซบอร์ก มันเป็นแอนดรอย์ ดูซะ!” ฉันเกร็งข้อมือข้างขวาบีบคางมันให้หันหน้ามาอย่างแรง มือกำคัตเตอร์ไว้ข่มขู่ มันร้องโอดโอย ดูน่าเวทนา ผู้คนส่งเสียงฮือฮาเมื่อตอนที่ฉันเริ่มจิกเล็บยาวคมทั้ง 5 ไปที่แก้มข้างซ้ายของมัน ภายใต้เนื้อหนังเต่งตึงนี้ก็เป็นเพียงโครงเหล็กผสมเยื่อสังเคราะห์อย่างดี ฉันรู้ เมือกเข้มข้นสีแดงคล้ำซึมออกมาตามแรงเล็บที่ฉันครูดไปบนผิว หากเป็นมนุษย์ นั่นคงเรียกว่าเลือด แต่ในเมื่อมันเป็นเพียงสิ่งไร้ชีวิตที่ขยับได้เพราะแผงวงจรอิเลคทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ ฉันก็ไม่สามารถนิยามได้ว่า นั่นคืออะไร ก็คงเป็นแค่ของเหลวเทียมสีแดงคล้ำไว้ลวงตาเด็กอมมือเท่านั้น มือสองข้างของมันค่อยๆยกพนมเหนือหัว มันไหว้ขอชีวิตของมัน ช่างน่าขำซะจริงๆ<br />
	“ฉันจะเปิดโปงแก ไอ้พวกหุ่นกระป๋อง” ฉันคำรามใส่มัน เมื่อกรงเล็บธรรมดาดูท่าจะลอกหน้าหนังหุ้มเหล็กของมันไม่ออก ฉันคงจะประเมินวัสดุที่ใช้ทำแอนดรอยด์ต่ำไปหน่อยเสียแล้ว จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อื่น แน่นอน คัตเตอร์ที่ฉันพกมาด้วยย่อมเป็นประโยชน์ ผู้คนรอบข้างส่งเสียงกรีดร้องดังกว่าเก่าพอๆกับที่นางมนุษย์กำมะลอตาเหลือกลานด้วยความหวาดหวั่นถึงขีดสุดทันทีที่คัตเตอร์ในมือของฉันเลื่อนไปที่ใต้คางของมัน&#8230;<br />
	“เดี๋ยวจะได้เห็นกันให้เต็มตา อย่าตกใจพรรคพวกของข้าพเจ้า มันไม่ตายหรอก เพราะมันไม่ใช่มนุษย์” ฉันตะโกนเสียงดังเพื่อให้ “เพื่อนมนุษย์” ของฉันคลายความตระหนก ความภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้ฉีกหน้ากากของรัฐบาลสร้างความกล้ายิ่งยวดให้ฉัน แต่ก่อนที่ความจริงจะเปิดเผย แรงกระแทกหนักหน่วงจากด้านหลังและด้านข้างก็ปะทะเข้ามาพร้อมกันจนร่างกายฉันถูกผลักกระเด็นออกห่างจากแอนดรอย์ไปไกล ฉันมึนงงไปชั่วขณะไม่รู้ว่าเป็นแรงอะไร เพียงแต่มันจู่โจมกะทันหันและทรงอานุภาพเหลือเกินถึงกับทำให้ฉันกลิ้งไปกระแทกกับเสา ในช่วงที่สติสัมปชัญญะใกล้ดับวูบเต็มที ฉันพลันระลึกขึ้นมาได้ว่า ฉันเสียท่ามันซะแล้ว ฉันยังทำงานช้าไปก้าวหนึ่งและประมาทเกินไป สมน้ำหน้าตัวเองที่ประเมินศัตรูไว้ต่ำเกินไป เสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงของฝูงชนมากมายรอบตัวฉันทำให้ฉันได้ตระหนักถึงความจริงอันแสนเจ็บปวดว่า “เพื่อนมนุษย์” ที่ฉันต้องการจะปกป้องแท้จริงแล้วนั้นก็ล้วนแต่กลายเป็น “ครึ่งคนครึ่งหุ่นยนต์” ไปแล้วเกือบทั้งสิ้น มันเป็นฝ่ายชนะแล้ว มันกลืนกินความเป็นมนุษย์ของเราไปจนได้ อนาคตข้างหน้าของฉันเองก็คงจะหนีไม่พ้นกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปที่จะถูกล้างสมอง ให้กลายเป็นแค่ มนุษย์เทียม&#8230;เท่านั้นเอง<br />
*/////////////////////////////////////////////////////////////////////////*</p>
<p>	“เกือบโดนกรีดหน้าแน่ะ ชั้นงี้เห็นเลือดซิบๆแล้วใจหายวาบ เลยต้องรีบโทรไปเรียกแกมาดูด้วยกัน เป็นไงคุ้มกับที่ถ่อมามั๊ยยะ มันส์กว่าดูจากโทรทัศน์เยอะเลย”<br />
	“สงสัยไปจำบทพูดมาจากหนังปฏิวัติ พี่แอบขำเลยล่ะตอนเค้าพูดว่า พรรคพวกของข้าพเจ้า แหม ใครจะไปเป็นพวกเดียวกับคนบ้า ไม่ใช่พี่คนนึงล่ะ ฮิฮิ”<br />
	“ซวยจริงๆ อีหนูนั่น ไม่รู้ไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ มาเจอคนบ้าซะได้ ถ้ามันปาดคอล่ะแย่เลย ได้ลงหน้าหนึ่งแน่ๆ ว่าแล้วพรุ่งนี้ต้องซื้อหนังสือพิมพ์ซะหน่อย จะได้ไปอวดว่าเราอยู่ในเหตุการณ์ด้วย”<br />
	“ตื่นเต้นมากๆเลยค่ะ ยิ่งตอนพุ่งมาจิกหัวนะ พิงค์นี่ตาค้างไปเลย ดีจังที่ไม่ใช่ตัวเองโดน”<br />
	“คนเยอะจริงๆเลยว่ะ บังเกือบหมด ข้าต้องปีนขึ้นไปบนต้นไม้น่ะเนี่ยถึงจะเห็นชัด”<br />
	“ท่าจะดูหนังมากไปหน่อย บอกว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลังสร้างหุ่นยนต์ล้างโลกบ้าบอ มันจะเป็นไปได้ไง”<br />
	“รถติดเป็นแพเลย ตอนแรกคิดว่ามีถ่ายหนัง ที่แท้ก็จี้ตัวประกัน คนมุงเป็นล้าน กว่าจะออกมาได้ แทบแย่ ตำรวจก็รีๆรอๆอยู่นั่นแหละ ไปนัดสายเลยชั้น เซ็งจริงๆ”<br />
	“กูก็อยากโดดเข้าไปช่วยอยู่หรอก เผื่อจะได้เป็นฮีโร่ แต่พอดีเห็นมันตาขวางๆว่ะ เลยชักปอด แฟนกูก็บอกแต่ว่าอย่าไปยุ่งๆ”<br />
	“ลูกหนูขา เค้าไม่เป็นไรหรอกค่ะ แม่ว่าเราอย่าพูดเรื่องนี้เลย แม่หวาดเสียว เราไปซื้อขนมกินกันดีกว่านะ ที่เหลือพี่ตำรวจเค้าจัดการเองแหละ พวกคนบ้า เราอย่าไปยุ่งดีกว่าค่ะ”<br />
	“เอาไปทำหนังได้เลยนะเนี่ย ใจเต้นตุบๆเลย ท้องปั่นป่วนไปหมด รีบหาไรกินเหอะ ชักหิว”<br />
	“ไป ไป ไป หมดเรื่องแล้ว ว่าแต่เดี๋ยวจะไปไหนดีวะ ดูหนังโรคจิตซักเรื่องมั๊ย 555”<br />
	“ไม่เห็นมีไรเลย ครั้งก่อนที่ไปดูคนเมายาจับตัวประกัน น่ากลัวกว่านี้อีก&#8230;”<br />
	&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
	&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;<br />
	&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;<br />
	&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
	&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;<br />
	&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2007/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>:’(</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2007/%e2%80%99/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2007/%e2%80%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Dec 2007 13:37:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Friends]]></category>
		<category><![CDATA[Me]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.daytag.net/blog/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[ผลจากการตามล่าหา google reader ดีใจเป็นที่สุด
ขอบคุณ fatro ที่ช่วยให้เบาะแส ขอบคุณ bact&#8217; ที่ช่วยแนะนำ
ขอบคุณที่มาร่วมเหนื่อยด้วยนะ ..​และที่สำคัญ
ขอบคุณ google reader ที่ทำให้ไฟล์เรายังอยู่จนถึงมีค.06 Y_Y 
อันนี้เป็น post แรกที่เหลืออยู่ของวันที่ 30 มีค.06 หลังจากโดนเพื่อนคนนึงบ่นมา

คิดถึงเพื่อนแฮะ อยู่ดีๆ ก็เกิดอาการคิดถึงขึ้นมาซะงั้นล่ะ
ยิ่งอาทิตย์นี้ได้เจอเพื่อนเก่า ๆ ที่มหาลัยหลายคนมา online เฮ้อ!
คำแรกๆ ที่มันพูด ก็คือ “…แกไม่อยู่ ชั้นเลยไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยเนี่ย”
(อ้าว ..นี่กูผิดใช่มะ 55)
-_-” แหมมม…ชั้นก็อยากกลับไปเที่ยวกับพวกแกใจจะขาดวะ
ปล. ชั้นดูรูปนี้ทีไรก็คิดพวกแกทุกทีเลยวะ
ไม่รู้เป็นไร ต่อให้อยู่กรุงเทพฯ แต่ดูรูปนี้ก็คิดถึงพวกแก
ยิ่งนึกถึงเบื้องหลังของรูปนี้ก็ยิ่งคิดถึง 555 ….
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b>ผลจากการตามล่าหา <a href="http://www.google.com/reader/view/" target="_blank">google reader</a> ดีใจเป็นที่สุด<br />
ขอบคุณ <a href="http://fatro.net/blog" target="blank">fatro</a> ที่ช่วยให้เบาะแส ขอบคุณ <a href="http://bact.blogspot.com/" target="_blank">bact&#8217;</a> ที่ช่วยแนะนำ<br />
ขอบคุณที่มาร่วมเหนื่อยด้วยนะ ..​และที่สำคัญ<br />
ขอบคุณ google reader ที่ทำให้ไฟล์เรายังอยู่จนถึงมีค.06 Y_Y </b></p>
<p><b>อันนี้เป็น post แรกที่เหลืออยู่ของวันที่ 30 มีค.06 หลังจากโดนเพื่อนคนนึงบ่นมา</b></p>
<p><img id="image6" src="http://www.anpanpon.com/blog/wp-content/uploads/2007/12/LDAM.jpg" alt="LDAM.jpg" /></p>
<p>คิดถึงเพื่อนแฮะ อยู่ดีๆ ก็เกิดอาการคิดถึงขึ้นมาซะงั้นล่ะ<br />
ยิ่งอาทิตย์นี้ได้เจอเพื่อนเก่า ๆ ที่มหาลัยหลายคนมา online เฮ้อ!</p>
<p>คำแรกๆ ที่มันพูด ก็คือ “…แกไม่อยู่ ชั้นเลยไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยเนี่ย”<br />
(อ้าว ..นี่กูผิดใช่มะ 55)</p>
<p>-_-” แหมมม…ชั้นก็อยากกลับไปเที่ยวกับพวกแกใจจะขาดวะ</p>
<p>ปล. ชั้นดูรูปนี้ทีไรก็คิดพวกแกทุกทีเลยวะ<br />
ไม่รู้เป็นไร ต่อให้อยู่กรุงเทพฯ แต่ดูรูปนี้ก็คิดถึงพวกแก<br />
ยิ่งนึกถึงเบื้องหลังของรูปนี้ก็ยิ่งคิดถึง 555 ….</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2007/%e2%80%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
