<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Anpanpon :P Blog not Bread !! &#187; movie</title>
	<atom:link href="http://anpanpon.com/blog/on/movie/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://anpanpon.com/blog</link>
	<description>bread, blog, design, graphic design, politics, thai, environment, social, culture, art, media, movie, music, friends, tu, berlin, photography, travel, eat</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Jan 2011 19:07:30 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สวัสดีบางกอก</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2010/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2010/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 22:18:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.com/blog/?p=455</guid>
		<description><![CDATA[
เย่ ในที่สุดก็ได้ดู  
PANTIP.COM : A9516657 [คลิป] &#8230;.. สวัสดีบางกอก ตอน &#8230; Silence &#8230; กำกับโดย เป็นเอก รัตนเรือง &#8230;.. [หนังไทย]
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="402" height="242" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/Vpd0K69gxVs&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xd0d0d0&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="402" height="242" src="http://www.youtube.com/v/Vpd0K69gxVs&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xd0d0d0&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>เย่ ในที่สุดก็ได้ดู <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A9516657/A9516657.html" target="_blank">PANTIP.COM : A9516657 [คลิป] &#8230;.. สวัสดีบางกอก ตอน &#8230; Silence &#8230; กำกับโดย เป็นเอก รัตนเรือง &#8230;.. [หนังไทย]</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2010/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Her Morning Elegance</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2009/her-morning-elegance/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2009/her-morning-elegance/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 23:45:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Me]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.com/blog/?p=288</guid>
		<description><![CDATA[ลูกน้องมาโปรโมทว่า เค้าลงไปแค่ 2 อาทิตย์แต่คนมาดูถึง 2 ล้านคนแล้วนะ
ไหนๆ .. ขอหัวหน้ามาพิสูจน์หน่อยสิ   

ปล.เห็นจะจริงอย่างที่มันว่าแฮะ  คิดได้ไงอะ ..
โคตรจะเหมาะกับวาเลนไทน์เลย .. รู้สึกยังงั้นจริงๆ แฮะ 
แล้วว่าแต่ เมื่อไรจะมีวาเลนไทน์บ้างอะเนี่ย 555    
ปล2.ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ใกล้เทศกาลขนาดนี้
ขอแถมด้วยมิวสิควิดีโอที่หวานที่สุดในโลกหน่อยละกัน   

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ลูกน้องมาโปรโมทว่า เค้าลงไปแค่ 2 อาทิตย์แต่คนมาดูถึง 2 ล้านคนแล้วนะ<br />
ไหนๆ .. ขอหัวหน้ามาพิสูจน์หน่อยสิ  <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/2_HXUhShhmY&#038;hl=de&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/2_HXUhShhmY&#038;hl=de&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>ปล.เห็นจะจริงอย่างที่มันว่าแฮะ  คิดได้ไงอะ ..<br />
โคตรจะเหมาะกับวาเลนไทน์เลย .. รู้สึกยังงั้นจริงๆ แฮะ <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /><br />
แล้วว่าแต่ เมื่อไรจะมีวาเลนไทน์บ้างอะเนี่ย 555 <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />   </p>
<p>ปล2.ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ใกล้เทศกาลขนาดนี้<br />
ขอแถมด้วยมิวสิควิดีโอที่หวานที่สุดในโลกหน่อยละกัน <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  </p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/o1GyJpnTN1I&#038;hl=de&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/o1GyJpnTN1I&#038;hl=de&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2009/her-morning-elegance/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขายวัฒนธรรม</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Jan 2009 00:39:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Politics]]></category>
		<category><![CDATA[Social&Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Thai]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.com/blog/?p=284</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากนอนซมป่วยมา 4 วันติด
ก็เลยพยายามหาอะไรทำแก้เซ็งให้หายเบื่อ&#8230; เบื่อนอน.. เบื่อกินยา &#8230;
การบ้านด่วนก็มีนะ ..แต่ปวดหัว ทำไม่ไหว (อ้าง!)
สุดท้าย ! เอ๊ะ! วันก่อนเปิ้นแนะนำเว็บสำหรับหนังเกาหลี/ญี่ปุ่นมานี่น่า 
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว  เลยกดดูไปซะ 2 เรื่อง -_-&#8221;
(แทนที่จะได้พักผ่อน กลายเป็นว่าต้องนอนเช้าแทนซะนี่ )
เรื่องแรกที่ดูคือ &#8220;Changed&#8221; series ญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่อง
คาวๆ หวานๆของการเมือง ที่โคตรจะสอดคล้องกับ
เมืองไทยช่วงนี้เอามากๆ &#8230;
เรื่องที่ 2 คือ &#8220;Gourmet&#8221; series เกาหลีเกี่ยวกับอาหาร
ตำหรับชาววัง ..ที่กดเข้าไปดูโดยไม่ได้ตั้งใจแต่เพราะ
ความหิวเท่านั้นเอง -_-&#8221;
ความสนุกคงไม่ต้องบอก
แค่ลองจินตนาการว่า &#8220;มันเป็นยังไง ถึงดู series จนจบถึงเช้าได้  ?&#8221;
กับวันก่อน เพิ่งได้มีโอกาสดูเรื่อง &#8220;Paris Je t&#8217;aime&#8221;
หนังที่บรรยายมุมมองเกี่ยวกับปารีสโดยผู้กำกับ 10 (กว่า)ชีวิต
ช่วงที่เรามาที่นี่ เป็นช่วงที่​ &#8220;แดจังกึม&#8221; เพิ่งจะดังเป็นพลุแตกที่เมืองไทย
แต่เราก็ไม่เคยดูอยู่ดี  &#8230;ได้รับรู้เพียงแค่กระแสการ &#8220;ขายวัฒนธรรม&#8221;
อย่างชาญฉลาดของเกาหลีเนี่ยล่ะ 
สำหรับเรา &#8220;สื่อ&#8221; ตอนนี้มันดูจะมีอำนาจเหนือเกินกว่าคำนิยาม
ของมันซะแล้วสิ
&#8220;สื่อ&#8221; ดูเปรียบเสมือนการส่งเรือไปล่าอาณานิคมฯ   โดยเฉพาะเมืองไทย
ตอนนี้ดูคล้ายๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากนอนซมป่วยมา 4 วันติด<br />
ก็เลยพยายามหาอะไรทำแก้เซ็งให้หายเบื่อ&#8230; เบื่อนอน.. เบื่อกินยา &#8230;<br />
การบ้านด่วนก็มีนะ ..แต่ปวดหัว ทำไม่ไหว (อ้าง!)<br />
สุดท้าย ! เอ๊ะ! วันก่อนเปิ้นแนะนำ<a target="_blank" href="http://www.mysoju.com/">เว็บสำหรับหนังเกาหลี/ญี่ปุ่น</a>มานี่น่า <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /><br />
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว  เลยกดดูไปซะ 2 เรื่อง -_-&#8221;<br />
(แทนที่จะได้พักผ่อน กลายเป็นว่าต้องนอนเช้าแทนซะนี่ )</p>
<p>เรื่องแรกที่ดูคือ &#8220;Changed&#8221; series ญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่อง<br />
คาวๆ หวานๆของการเมือง ที่โคตรจะสอดคล้องกับ<br />
เมืองไทยช่วงนี้เอามากๆ &#8230;<br />
เรื่องที่ 2 คือ &#8220;Gourmet&#8221; series เกาหลีเกี่ยวกับอาหาร<br />
ตำหรับชาววัง ..ที่กดเข้าไปดูโดยไม่ได้ตั้งใจแต่เพราะ<br />
ความหิวเท่านั้นเอง -_-&#8221;</p>
<p>ความสนุกคงไม่ต้องบอก<br />
แค่ลองจินตนาการว่า &#8220;มันเป็นยังไง ถึงดู series จนจบถึงเช้าได้  ?&#8221;</p>
<p>กับวันก่อน เพิ่งได้มีโอกาสดูเรื่อง &#8220;Paris Je t&#8217;aime&#8221;<br />
หนังที่บรรยายมุมมองเกี่ยวกับปารีสโดยผู้กำกับ 10 (กว่า)ชีวิต</p>
<p>ช่วงที่เรามาที่นี่ เป็นช่วงที่​ &#8220;แดจังกึม&#8221; เพิ่งจะดังเป็นพลุแตกที่เมืองไทย<br />
แต่เราก็ไม่เคยดูอยู่ดี  &#8230;ได้รับรู้เพียงแค่กระแสการ &#8220;ขายวัฒนธรรม&#8221;<br />
อย่างชาญฉลาดของเกาหลีเนี่ยล่ะ <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /><br />
สำหรับเรา &#8220;สื่อ&#8221; ตอนนี้มันดูจะมีอำนาจเหนือเกินกว่าคำนิยาม<br />
ของมันซะแล้วสิ<br />
&#8220;สื่อ&#8221; ดูเปรียบเสมือนการส่งเรือไปล่าอาณานิคมฯ   โดยเฉพาะเมืองไทย<br />
ตอนนี้ดูคล้ายๆ จะเป็นเมืองขึ้นของเกาหลีเข้าไปซะทุกที ..<br />
อาหาร เสื้อผ้า การใช้ชีวิต  ภาษา ท่องเที่ยว ฯลฯ<br />
คล้ายๆ จะเป็น package แอบแฝงที่ยากจะปฎิเสธได้  <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>แต่บ้างก็ว่านี่มันคือการ &#8220;ถ่ายเททางวัฒนธรรม&#8221; รึเปล่า ?<br />
จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ก็ไม่ .. เพราะส่วนใหญ่ทำไมเราให้เค้าถ่ายเรามาด้านเดียวล่ะ  ?<br />
วงการสื่อบ้านเรามัวทำอะไรอยู่  !!<br />
คงไม่ต้องวิจารณ์ให้เห็นภาพที่แสนระอากันอีกหลายรอบ</p>
<p>เอางี้ ลองแค่คิดง่ายๆ .. ภาพพจน์ประเทศเราที่สูญหายมลายสิ้น<br />
ไปกับเหตุการณ์ร้ายๆ ของปีที่ผ่านมา ..<br />
การจะโยกประเด็นที่น่าสนใจกว่า  การทำ PR  สร้างภาพพจน์<br />
ให้รวดเร็วทันใจได้ มันมีวิธีทำได้อย่างไรบ้าง ? นอกจากเดินสาย<br />
roadshow / แสดงงาน / วิธีทางการทูต  ที่เราว่ามันโคตรจะได้ผลในวงจำกัด</p>
<p>ลองจินตนาการเล่นๆ ว่า<br />
&#8220;ถ้ามีหนังชื่อ &#8220;กรุงเทพฯ&#8221; ล่ะ ?&#8221;<br />
&#8220;ถ้าเราลองให้ผู้กำกับหนังไทย  มาทำหนังสั้นแนว Parisฯ ล่ะ ​ ?&#8221;<br />
หรือคิดให้โคตรใหญ่ &#8220;1 ภาพยนตร์ 1 จังหวัด &#8221; ?</p>
<p>มันมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน<br />
ที่จะประสบความสำเร็จกับภาพเคลื่อนไหวเหล่านั้น ?</p>
<p>ล่าสุดที่ได้ข่าวมา<br />
-<a target="_blank" href="http://anpanpon.com/blog/?p=191">&#8221; New York, I love you&#8221;  </a>หนังจากผู้กำกับชุดเดียวกับ<br />
Paris Je t&#8217;aime กำลังจะฉายเร็วๆ นี้<br />
-<a target="_blank" href="http://pingmag.jp/2008/08/08/michel-gondry-tokyo/">&#8220;Tokyo!&#8221;</a> หนังแนวคล้ายกัน ที่ทางเมืองลงทุนจ้าง 3 ผู้กำกับดัง<br />
มาทำหนัง promote เมือง<br />
หนึ่งในนั้นมีผู้กำกับสุดเจ๋งอย่าง Michael Gondry อยู่ด้วย <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เราว่า source  (ที่มีคุณภาพ) ด้านการทำหนังเนี่ย เมืองไทยโคตรจะมีเยอะเลย<br />
ขาดแต่ก็เพียงโอกาสและแม่งานใหญ่ๆ ที่ไม่ได้หวังแค่กำไร<br />
ซึ่งมันจะเป็นใครไม่ได้ก็คงแค่รัฐบาล</p>
<p><strong>เมื่อไร กระทรวงวัฒนธรรม / กระทรวงท่องเที่ยว / สำนักนายกฯ<br />
มาจับมือร่วมกันเห็นประโยชน์<br />
เมื่อนั้น เราคงได้เห็นทางสว่าง !!</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;หนังล้อมผ้า&#8217;</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2009/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2009/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Jan 2009 23:51:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Social&Culture]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.com/blog/?p=281</guid>
		<description><![CDATA[ไม่เคยมีโอกาสได้ดูจริงๆจังๆ สักที
เท่าที่นึกได้ก็มีแค่เพียงสนามหญ้ากว้างๆ
ยากันยุง เสื่อ ..เสียงกระหึ่ม surround แบบ echo &#8230;มีอะไรอีกน้า ??  อ๋อ ! คนแก่  
แต่ก็อย่างว่า  ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
เก่าไปใหม่มา &#8230;. เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ชอบความสะดวกสบายดูหนังแผ่นอยู่กับบ้าน
สร้างโลกส่วนตัวกันมากขึ้น .. ลดพื้นส่วนรวมให้น้อยลง  
ถ้ามีโอกาสได้ดูอีกสักครั้ง ขอเป็นทีมพากษ์พันธมิตรแบบสดๆ จะได้ไม๊นะ ?

ชมรมหนังกลางแปลง

 จุดประกาย : เร่เข้ามา&#8230;จะพาไปดู &#8216;หนังล้อมผ้า&#8217;

เร่เข้ามา&#8230;จะพาไปดู &#8216;หนังล้อมผ้า&#8217;ครั้งหนึ่ง &#8216;หนังกลางแปลง&#8217; เคยรั้งตำแหน่งมหรสพยอดนิยม เรียกผู้ชมได้เสมอๆ
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ :  ทันทีที่หนังเรื่องนั้นลาโรง บรรดาสายหนังก็จะเอาหนังเรื่องนั้นออกเร่ฉายตามชนบทโดยเก็บค่าชมในราคา ย่อมเยา หลายคนเรียกว่า &#8216;หนังปิดวิก หรือ หนังล้อมผ้า&#8217;
จนถึงตอนนี้เรารู้ดีว่า บรรยากาศเช่นนั้น หาได้น้อยเต็มที
ไม่เว้นแม้แต่ในจังหวัดที่หนังกลางแปลงเคยเฟื่องฟูสุดขีดอย่างอุตรดิตถ์
เอาแค่ในเขตเทศบาลก็นับโรงหนังได้ถึง 6 โรง หน่วยบริการภาพยนตร์หรือหนังกลางแปลงกว่า 100 ราย อาชีพ &#8216;นายฉายหนัง&#8217; แทบจะเดินชนกัน
แต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงอดีต&#8230;.
(อดีต)หนังฝังใจ
พงษ์ศักดิ์ ทองลิขิตสกุล เจ้าของพงษ์ศักดิ์ภาพยนตร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่เคยมีโอกาสได้ดูจริงๆจังๆ สักที<br />
เท่าที่นึกได้ก็มีแค่เพียงสนามหญ้ากว้างๆ<br />
ยากันยุง เสื่อ ..เสียงกระหึ่ม surround แบบ echo &#8230;มีอะไรอีกน้า ??  อ๋อ ! คนแก่ <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>แต่ก็อย่างว่า  ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา<br />
เก่าไปใหม่มา &#8230;. เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ชอบความสะดวกสบายดูหนังแผ่นอยู่กับบ้าน<br />
สร้างโลกส่วนตัวกันมากขึ้น .. ลดพื้นส่วนรวมให้น้อยลง <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>ถ้ามีโอกาสได้ดูอีกสักครั้ง ขอเป็นทีมพากษ์พันธมิตรแบบสดๆ จะได้ไม๊นะ ?</p>
<p><a target="_blank" href="http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=1481"><span class="redH" /></a></p>
<p><a target="_blank" href="http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=1481"><span class="redH">ชมรมหนังกลางแปลง</span></a><br />
<a target="_blank" href="http://www.bangkokbiznews.com/2009/01/06/news_325388.php" /></p>
<p><a target="_blank" href="http://www.bangkokbiznews.com/2009/01/06/news_325388.php"> </a><a target="_blank" href="http://www.bangkokbiznews.com/2009/01/06/news_325388.php">จุดประกาย : เร่เข้ามา&#8230;จะพาไปดู &#8216;หนังล้อมผ้า&#8217;</a><br />
<span id="more-281"></span><br />
<strong>เร่เข้ามา&#8230;จะพาไปดู &#8216;หนังล้อมผ้า&#8217;</strong>ครั้งหนึ่ง &#8216;หนังกลางแปลง&#8217; เคยรั้งตำแหน่งมหรสพยอดนิยม เรียกผู้ชมได้เสมอๆ</p>
<p>กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ :  ทันทีที่หนังเรื่องนั้นลาโรง บรรดาสายหนังก็จะเอาหนังเรื่องนั้นออกเร่ฉายตามชนบทโดยเก็บค่าชมในราคา ย่อมเยา หลายคนเรียกว่า &#8216;หนังปิดวิก หรือ หนังล้อมผ้า&#8217;</p>
<p>จนถึงตอนนี้เรารู้ดีว่า บรรยากาศเช่นนั้น หาได้น้อยเต็มที</p>
<p>ไม่เว้นแม้แต่ในจังหวัดที่หนังกลางแปลงเคยเฟื่องฟูสุดขีดอย่างอุตรดิตถ์</p>
<p>เอาแค่ในเขตเทศบาลก็นับโรงหนังได้ถึง 6 โรง หน่วยบริการภาพยนตร์หรือหนังกลางแปลงกว่า 100 ราย อาชีพ &#8216;นายฉายหนัง&#8217; แทบจะเดินชนกัน</p>
<p>แต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงอดีต&#8230;.</p>
<p>(อดีต)หนังฝังใจ</p>
<p>พงษ์ศักดิ์ ทองลิขิตสกุล เจ้าของพงษ์ศักดิ์ภาพยนตร์ ในฐานะประธานชมรมภาพยนตร์ธุรกิจบันเทิงจังหวัดอุตรดิตถ์ เล่าถึงบรรยากาศสมัยช่วงที่ยังเป็นเด็ก ด้วยสีหน้าที่มีความสุข พร้อมกับสรรหารูปภาพที่เกี่ยวกับการจัดหน่วยฉายหนังทั่วประเทศของตัวเองมา อวด ซึ่งทุกภาพเจ้าตัวบรรยายละเอียดยิบ ราวกับทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานซืน</p>
<p>&#8220;จะดีใจมากถ้ารู้มีจะหนังกลางแปลง มาฉายใกล้บ้าน เย็นนั้นจะรีบอาบน้ำ เตรียมเสื่อ หมอน ไปจับจองที่นั่งด้านหน้าสุด ยิ่งเป็นภาพยนตร์ประเภทต่อสู้ บู๊ ทั้งไทยทั้งเทศ ชอบมาก&#8221; ความชอบหนังเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก</p>
<p>เพราะใจรักเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น และความอยากดูไปเสียทุกเรื่อง พงษ์ศักดิ์จึงสมัครเป็นคนงานส่งม้วนหนังในโรงภาพยนตร์ที่ธนารุ่งโรจน์ หรือ บริษัทธนาเอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ที่เหลือเพียงแห่งเดียวของจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ยังเปิด ให้บริการอยู่</p>
<p>“อาศัยครูพักลักจำ ตอนนั้นอายุแค่ 19 ปี เอาเงินที่เก็บไว้ประมาณ 2 หมื่นบาท ลงทุนเปิดหนังกลางแปลง รับจ้างตระเวนฉายภาพยนตร์ จนได้รู้จักกับเพื่อนร่วมอาชีพมากมาย และทำให้ได้รู้ว่าจังหวัดอุตรดิตถ์มีธุรกิจประเภทนี้อยู่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ เพราะคนอุตรดิตถ์ชอบดูหนัง&#8221;</p>
<p>ครั้งแรกที่ออกหน่วยฉาย พงษ์ศักดิ์ย้อนความรู้สึกให้ฟังว่า ตื่นเต้นมาก คราวนั้นได้รับค่าจ้างต่อการฉาย 1 เรื่องมากถึง 3,000 บาท แต่ความสุขของนายฉายหนังมือใหม่ ณ ตอนนั้น ไม่ได้อยู่ที่ค่าตอบแทน หากอยู่ที่การมีคนกว่า 2,000 ชีวิตมานั่งดูหนังที่เขาฉาย</p>
<p>แต่รอบที่เขาไม่เคยลืม ต้องยกให้ครั้งปิดวิกในงานพระแท่นศิลาอาสน์ อ.ลับแล กับหนังเรื่อง บางระจัน</p>
<p>&#8220;ฉายแค่ 7 วัน ทำได้เงินมากกว่า 1 ล้านบาท แต่ละคืนฉายซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะมีคนรอคิวดูตลอดทั้งคืน&#8221;</p>
<p>พ้นจากยุครุ่งเรือง ก็ถึงคิวของความเสื่อมสลาย หนังล้อมผ้าค่อยๆ ห่างหายไป พร้อมๆ กับเจ้าของหนังกลางแปลงที่ต่างทยอยยุติกิจการ จากที่มีมากกว่า 100 ราย ปัจจุบันที่จังหวัดอุตรดิตถ์เหลือเพียง 25 รายเท่านั้น ผู้ที่ยุติบทบาทก็หันไปประกอบการอาชีพอื่น ส่วนที่เหลือไม่ใช่เจ้าของหนังรายเก่าแต่เป็นลูกน้องที่เคยติดตาม เมื่อเจ้านายไม่สานต่อ จึงผันตัวเองมาเป็นหน่วยรับฉายหนังแทน ส่วนใหญ่ทำเป็นอาชีพเสริม เมื่อมีผู้จ้างก็พร้อมให้บริการ</p>
<p>พงษ์ศักดิ์เองก็มีบริการรถแห่ เขียนป้ายโฆษณา เป็นอาชีพหลัก พร้อมๆ กับการจัดบริการหน่วยหนังยามมีคนว่าจ้าง</p>
<p>&#8220;ปกติใน 1 ปี จะมีงานเข้ามาช่วงหลังวันออกพรรษา จนถึง ช่วงวันสงกรานต์ในปีถัดไปเท่านั้น เวลาที่เหลือก็ว่าง&#8221;  เฉลี่ยแล้ว พงษ์ศักดิ์มีรายได้จากธุรกิจหน่วยฉายภาพยนตร์อยู่ที่ 1-1.5 แสนบาท</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในความคิดของนายฉายหนังแห่งอุตรดิตถ์คนนี้ หนังกลางแปลงยังถือว่าได้รับความนิยมจากผู้ชม เจ้าภาพ และผู้จัดงานอยู่ มีคิวเรียกใช้บริการอยู่เรื่อยๆ รวมไปถึงการเรียกแขกได้ในจำนวนอุ่นใจ</p>
<p>ของแท้  ต้องมี &#8216;เส้น&#8217;</p>
<p>พงษ์ศักดิ์เสียดายอยู่อย่างหนึ่ง คือ เกิดมาไม่ทันช่วงหนังไทยยุคฟิล์ม 16 มม. มิตร-เพชรา ที่ยังใช้ระบบพากย์สด แต่จะมาทันช่วงเสียงในฟิล์ม ใช้เครื่องฉาย หรือ &#8216;เตาฉาย&#8217; ตามภาษาคนฉายหนัง</p>
<p>เตาฉายจะใช้แท่งคาร์บอนเป็น เชื้อเพลิง ทำให้มีควันพวยพุ่งอยู่เหนือเตาฉาย สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์คือ &#8216;เส้น&#8217; ที่วิ่งไปวิ่งมา และชอบดับไปทุกครั้งเวลาเปลี่ยนม้วนจอ แต่ถึงอย่างนั้น ผู้ชมก็ยังอยากมาดูอยู่ดี เพราะแม้ตอนนั้น โทรทัศน์จะเข้ามาแล้ว แต่ราคาก็ยังสูง ที่สำคัญ หลายตำบล หลายหมู่บ้าน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้</p>
<p>พอเวลาผ่านไป โทรทัศน์ราคาถูกลง สายไฟเดินไปเคาะประตูถึงหน้าบ้านมากขึ้น พร้อมกับการเข้ามาแนะนำตัวของเครื่องเล่นวีดิโอ และ ธุรกิจหนังให้เช่าทั้งไทยและเทศ</p>
<p>จนมาถึง วีซีดี ดีวีดี ที่บางเรื่องก็ออกมาหลังหนังออกโรงไปไม่ถึงเดือน ยังไม่รวมถึง หนังผี หนังไรท์ อะไรต่อมิอะไร</p>
<p>&#8230;..เรื่องราวต่อจากนั้นเป็นอย่างไร เราก็รู้ๆ กันอยู่</p>
<p>แต่ที่เราอาจจะยังไม่รู้ คือ เจ้าที่ยังคงตระเวนฉายได้อยู่ตอนนี้ คือ รายใหญ่และมีทุนรอนมากพอ และพอจะมีแฟนขาประจำอยู่บ้าง โดยไฟลท์บังคับของการฉายแต่ละครั้งคือ หนังชนโรง เท่านั้น</p>
<p>ไม่ได้อยากดัง ขอแค่ยังไม่ลืม</p>
<p>กลางเดือนสุดท้ายของปีที่แล้ว ที่อุตรดิตถ์จัดงานมหกรรมหนังกลางแปลง จัดฉายภาพยนตร์กว่า 50 เรื่อง ทั้งอิงประวัติศาสตร์ ชนโรง ยอดนิยม &#8230;ทั้งหมดฟรี</p>
<p>และเหมือนกับการเรียกตัวหน่วยหนังทุก หน่วยของอุตรดิตถ์กลับมาเลี้ยงรุ่นกันอีกครั้ง ผ่านการฉายหนัง 10 จอ ผลก็คือ ผู้ชมล้นหลามเกินความพอใจ</p>
<p>&#8220;เราไม่ได้หวังจะกลับมาตีตลาด หรือสร้างกระแสให้หนังกลางแปลงกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง เพียงต้องการอนุรักษ์มันเอาไว้ เพราะถือเป็นมหรสพอีกแขนงหนึ่งของไทย อยากให้เด็กรุ่นหลังได้เรียนรู้ และกระตุ้นคนเก่าๆ และปัจจุบันให้ไม่ลืม&#8221; โดยผู้ชมทุกคนจะต้องตีตั๋วแบบปูเสื่อดู</p>
<p>&#8220;มันถึงจะได้อารมณ์หนังกลางแปลง&#8221;  เขาว่า</p>
<p>พงษ์ศักดิ์ในฐานะตัวตั้งตัวตี เล่าถึงงานเลี้ยงรุ่นนายฉายหนังให้ฟังว่า เวลาล้อมวงและพูดคุยเรื่องหนังกลางแปลง ทุกคนมีความสุขมาก</p>
<p>แต่นั่นอาจเป็นการปลุก &#8216;หนังกลางแปลง&#8217; ให้เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ได้เพียงชั่วข้ามคืน หลังจากนั้นก็คงเงียบหายไปเหมือนเคย ถ้าไม่มีอีเวนท์น่าสนใจหรือใหญ่พอมาแทคทีม</p>
<p>&#8220;ถ้าอยากให้อาชีพ คนฉายหนังกลางแปลง อยู่ได้ในยุคเทคโนโลยีอย่างนี้ เจ้าของหน่วยหนังต้องยอมปรับตัว เตาฉายก็ต้องเปลี่ยนเป็นแบบเลเซอร์ ปรับปรุงระบบเสียง แสง ความตระการตา ให้ผู้ชมคิดว่าคุ้มค่าต่อการมาดู&#8221;</p>
<p>ระยะหลังๆ หากไม่มีงานจ้าง พงษ์ศักดิ์ใช้วิธีตระเวนปิดวิก โดยเลือกพื้นที่ตามอำเภอรอบนอก เก็บค่าบัตรผ่านประตูคนละ 30 บาท ต่อการชม 2 เรื่อง รายได้เฉลี่ยอยู่ที่  1 หมื่นบาทเศษๆ</p>
<p>&#8220;ก็ยังพออยู่ได้ หลังจากหักค่าเช่าม้วนหนัง ค่าแรงงาน คิดจะให้กลับเฟื่องฟูอีกครั้งคงทำได้ยาก แต่ทำไปเพราะความสุข ได้ทำในสิ่งที่รัก ขอเพียงคนไทยไม่ลืมหนังกลางแปลง ผมก็ดีใจที่สุดแล้ว&#8221;</p>
<p>ด้านคนดู ที่พอมีประสบการณ์จากหนังล้อมผ้ามาบ้าง ฉนวน วอนสร้อย ชางบ้านบ้านหาดกรวด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ วัย 60 ปี บอกว่า สำหรับวัยรุ่นสมัยก่อน หนังกลางแปลงถือเป็นสถานบันเทิงชั้นหรู การที่หนุ่มสาวจะได้พบปะพูดคุยในยามราตรี ก็ต้องอาศัยจังหวะนี้ ถึงจะ &#8216;จู๋จี๋&#8217; กันได้แบบไม่ขัดใจผู้ใหญ่</p>
<p>&#8220;เพราะกว่าหนังเรื่องหนึ่งจะจบ ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง&#8221;  อดีตหนุ่ม ย้อนวัยไปยิ้มไป</p>
<p>เมื่อเทียบกับตอนนี้ งานประจำปีหรืองานวัด มักชอบเรียกใช้มหรสพอย่างอื่นมากกว่า เช่น วงดนตรีลูกทุ่ง หมอลำ สตริง คณะลิเก ส่วนใหญ่อ้างว่าประหยัดกว่า และคนส่วนใหญ่ได้ดูหนังมาจากแผ่นแล้ว</p>
<p>อาจเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่กับฉนวน &#8216;หนังกลางแปลง&#8217; มีอะไรมากกว่านั้น</p>
<p>&#8220;ทำให้คนชนบทรู้สึกว่าตัวเองมี ค่าและทันสมัย เพราะถ้าเปรียบเทียบหนังกลางแปลงกับการดูหนังแผ่น บนจอโทรทัศน์ อารมณ์มันจะไม่เหมือนกันเลย การดูหนังอยู่กับบ้าน ดูกันได้เพียงไม่กี่คน ภาพที่ออกมาก็เล็ก แต่กับหนัง จอมันใหญ่กว่า ได้อารมณ์มากกว่า สนุกกว่า ถ้ามีโอกาส ผมก็จะใช้เวลาที่เหลือขอนั่งดูหนังกลางแปลงอีกสักครั้ง&#8221;</p>
<p>ผิดกับคนรุ่นหลาน อย่าง อรจิรา มั่นคง อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี ที่ส่ายหน้างงๆ เมื่อถูกถามว่า &#8220;เคยนั่งดูหนังกลางแปลงบางหรือเปล่า?&#8221;</p>
<p>“เป็นหนังที่ฉายในโรงภาพยนตร์ตามห้าง หรือเปล่า ถ้าอย่างนั้น&#8230;เคยค่ะ ก็ไปดูกับเพื่อนๆ&#8221; สาว 17 ตอบตามวัยอีกว่า จะดูก่อนว่าดาราที่เล่นเป็นใคร เพื่อนๆ สนใจด้วยหรือเปล่า แต่ดูไม่ค่อยบ่อย เพราะในอินเตอร์เน็ตก็มีให้เลือกดูเยอะแยะ แถมไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลารอ</p>
<p>&#8220;เลือกที่จะหยุดดูได้ ถ้ามีธุระด่วนหรือปวดท้อง แล้วก็ค่อยกลับมาดูต่อได้ แต่ถ้าไปดูในโรง  จะเข้าห้องน้ำ หนังก็ไม่ได้หยุดฉาย กลับมาปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้อีก&#8221; ก็จริงของเธอ</p>
<p>ด้านพ่อเมืองอุตรดิตถ์ ธวัชชัย ฟักอังกูร ที่ได้ไปร่วมงานมหกรรมหนังกลางแปลงที่ผ่านมาด้วย เปิดเผยหลังได้พากย์หนังสดๆ เพราะทนแรงรบเร้าจากผู้จัดไม่ไหวว่า</p>
<p>&#8220;ยอมรับเลยว่า คนพากย์กับคนฉายหนังกลางแปลง ยากจริงๆ สมควรยกย่องพวกเขา&#8221; หลังจากหายเหนื่อย ธวัชชัย ยังเปิดเผยอีกว่า ตนได้ประสานกับชมรมภาพยนตร์ธุรกิจบันเทิง จ.อุตรดิตถ์ เตรียมจัดโครงการต่อเนื่อง ทั้งการประกวดพากย์หนังสำหรับเด็กและเยาวชน และ ต่อไปถ้าจังหวัดจัดงานสำคัญๆ ก็จะมีหนังกลางแปลงเป็นหนึ่งในโปรแกรมด้วยทุกครั้ง</p>
<p>ถึงไม่ได้กลับมาดังอย่างเก่า แค่ได้เท่าที่พ่อเมืองเปรยเอาไว้&#8230; &#8216;คนวงใน&#8217; ก็คงดีใจแล้ว</p>
<p>จากหนังกลางแปลงถึงหนังขายยา</p>
<p>การฉายภาพยนตร์กลางแปลงให้ผู้ชมได้ชม ฟรีนั้น เกิดขึ้นเมื่อ สำนักข่าวสารอเมริกัน หรือ ยูซิส (USIS) ได้นำภาพยนตร์เกี่ยวกับประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามาฉายในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยได้รู้จักประเทศสหรัฐอเมริกามากขึ้น การจัดฉายในครั้งนั้นจะเป็นเครื่องฉายที่ใช้กับฟิล์มภาพยนตร์ขนาด 16 มิลลิเมตร และตัวจอภาพยนตร์จะเป็นขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสเหมือนจอภาพของเครื่องฉายภาพ วีดิโอ โปรเจคเตอร์ ในปัจจุบัน</p>
<p>ภาพยนตร์ที่ฉายในขณะนั้นจะเป็น ภาพยนตร์ข่าว หรือสารคดี เป็นส่วนใหญ่ ส่วนภาพยนตร์เรื่องนั้นมีน้อยมาก เช่น ภาพยนตร์ตลกของชาลี แชปปลิน , ลอเรลแอนด์ฮาร์ดี้ (คนไทยจะรู้จักกันในชื่อ &#8216;อ้วนผอม&#8217;) หรือตลกคณะ The Three Stooges (สามเกลอหัวแข็ง) รวมไปถึงภาพยนตร์การ์ตูนของดิสนีย์ อย่าง โดนัล ดั๊กและมิคกี้ เมาส์ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2</p>
<p>จากการที่ ยูซิส เป็นต้นแบบของการฉายภาพยนตร์กลางแปลง ทำให้องค์กรที่เป็นบริษัทหรือผู้ผลิตยาหรือสินค้าประเภทอื่นได้ริเริ่มการ จัดฉายภาพยนตร์กลางแปลง ประกอบกับได้เข้าสู่ยุคของภาพยนตร์ที่ใช้ฟิล์ม 16 มิลลิเมตรพอดี ที่สำคัญมีเฉพาะหนังต่างประเทศ ส่วนหนังไทยมีน้อยมาก แต่ได้รับความนิยมจากคนดูมากกว่า</p>
<p>ส่วนหนังขายยาที่ริเริ่มฉายภาพยนตร์ ด้วยฟิล์ม 35 มิลลิเมตร ซีเนมาสโคปจอกว้างนั้น เริ่มมาจาก บริษัท อารยะโอสถ ตรามือ เป็นแห่งแรก หนังที่ฉายก็ยังเป็นหนังต่างประเทศอีกเช่นเดิม เพราะหนังไทยมีราคาแพงมาก และที่สำคัญจะเน้นเฉพาะหนังฮอลลีวู้ดที่เป็นหนังตึก อย่าง ฟ็อกซ์ , วอร์เนอร์ , เมโทร โกลวิน เมเยอร์ (สัญลักษณ์สิงโตคำราม) เป็นต้น ทั้งที่เป็นฟิล์มระบบ 35 มม. โดยตรงและที่พิมพ์ฟิล์ม 35 มม. ขึ้นใหม่ เพื่อลดขนาดจากฟิล์ม 70 มม. ซึ่งตัวฟิล์มมีขนาดใหญ่และมีฉายเฉพาะที่โรงในกรุงเทพ ฯ เท่านั้น เช่น ยอดคนจังโก้ , เจ็ดสิงห์แดนเสือ , เบน-เฮอร์ , คลีโอพัตรา , วันเผด็จศึก (ฉบับเดิมที่เป็นภาพขาว-ดำ) เป็นต้น ทำให้บริษัทอื่น ๆ ที่เคยฉายแต่ฟิล์มระบบ 16 มม. ต้องปรับเปลี่ยนกันเป็นแถว</p>
<p>บริษัทโอสถสภา (เตกเฮงหยู) จำกัด, บริษัทถ้วยทองโอสถ, บริษัทเยาวราชจำกัด, ห้างยาไทย, กรุงเทพฟาร์มาซี, ห้างขายยาอังกฤษตรางู, บริษัท บีแอลฮั้ว, ห้างขายยาเพ็ญภาค, ห้างขายยาแสงสว่างตราค้างคาว, ห้างขายยาศรีตระการโอสถ รวมทั้งโอวัลติน และคอลเกตปาล์มโอลีฟ เหล่านี้คือบริษัทห้างร้านที่ชอบจัดหนังขายยา</p>
<p>(หมายเหตุ : ที่มา www.thaicine.com)</p>
<p>: บุญพิมพ์ ใบยา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2009/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Objectified</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2009/280/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2009/280/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Jan 2009 23:14:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[Product Design]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.com/blog/?p=280</guid>
		<description><![CDATA[
หลังจากเกริ่นไปนานสองนาน
ในที่สุดก็มี trailer ให้เห็นตัวเป็นๆ ในที่สุด  
Objectified: A Documentary Film by Gary Hustwit 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><object width="480" height="295"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/i4zJxCEQMTY&#038;hl=en&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/i4zJxCEQMTY&#038;hl=en&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="295"></embed></object></p>
<p>หลังจากเกริ่นไปนานสองนาน<br />
ในที่สุดก็มี trailer ให้เห็นตัวเป็นๆ ในที่สุด <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://www.objectifiedfilm.com/objectified-trailer/" target="_blank">Objectified: A Documentary Film by Gary Hustwit </a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2009/280/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สโนว์</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2008/%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2008/%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Oct 2008 18:37:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.com/blog/?p=217</guid>
		<description><![CDATA[อ่านแล้วหนาวขึ้นมาเลยแฮะ  
&#8230;. สงสัยลืมเปิด heater นี่เอง !
ปล.อยากดูเนอะ !
DIRECTOR’S STATEMENT
&#8230; ยิ่งมีชีวิตอยู่บนโลกนานขึ้น ก็ยิ่งพบว่าวันเวลาที่เราใช้ไปในชีวิต ประกอบไปด้วย วันเซ็ง ๆ 47%,            วันทรง ๆ อีก 52%  , เราเหน็ดเหนื่อยกับคืนวัน และเฝ้ารอการมาถึงของ 1% ที่เหลืออย่างอดทน
&#8230;1% ที่แสนวิเศษในชีวิต
&#8230;1% ที่เราจะเก็บมันไว้ในความทรงจำตลอดไป
&#8230;1% ที่ยังไม่เกิดขึ้น
&#8230;1% ที่เราไม่รู้จะมาอีกเมื่อไหร่
&#8230;1% ที่อาจจะผ่านชีวิตเราไปแล้วอย่างไม่รู้ตัว
&#8230;1% ที่อาจจะมีเพียงครั้งเดียว
&#8230;1% ที่อาจจะเกิดขึ้นทุกวันโดยที่เรามองข้ามไป
&#8230;แต่เมื่อ 1% เกิดขึ้นแล้ว มันจะไม่ใช่ช่วงเวลาที่เรารอคอยเลย หากปราศจากคนพิเศษในชีวิตของ     เราอยู่ข้างกาย
&#8230;เพราะการมีใครสักคนจริง ๆ ในชีวิต เป็นทั้งเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ และยังเป็นสิ่งยืนยันว่า เรามีชีวิตอยู่จริง ๆ
&#8230;เพราะชีวิตมันช่างเปราะบางเกินกว่าจะอยู่ตัวคนเดียว
&#8230;และ 1% นั้นมันก็แสนสั้นเหลือเกิน 
“Snow” เจ๋ง!  ติดตลาดโปรเจ็กต์ดัง 2 เทศกาลหนังระดับบิ๊กในเอเชีย
“ศิวาภรณ์-โปรดิวเซอร์”พร้อม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อ่านแล้วหนาวขึ้นมาเลยแฮะ <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>&#8230;. สงสัยลืมเปิด heater นี่เอง !</p>
<p>ปล.อยากดูเนอะ !</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: navy">DIRECTOR’S STATEMENT</span></strong></p>
<p><span style="color: blue">&#8230; ยิ่งมีชีวิตอยู่บนโลกนานขึ้น ก็ยิ่งพบว่าวันเวลาที่เราใช้ไปในชีวิต ประกอบไปด้วย วันเซ็ง ๆ 47%,            วันทรง ๆ อีก 52%  , เราเหน็ดเหนื่อยกับคืนวัน และเฝ้ารอการมาถึงของ 1% ที่เหลืออย่างอดทน</p>
<p>&#8230;1% ที่แสนวิเศษในชีวิต</p>
<p>&#8230;1% ที่เราจะเก็บมันไว้ในความทรงจำตลอดไป</p>
<p>&#8230;1% ที่ยังไม่เกิดขึ้น</p>
<p>&#8230;1% ที่เราไม่รู้จะมาอีกเมื่อไหร่</p>
<p>&#8230;1% ที่อาจจะผ่านชีวิตเราไปแล้วอย่างไม่รู้ตัว</p>
<p>&#8230;1% ที่อาจจะมีเพียงครั้งเดียว</p>
<p>&#8230;1% ที่อาจจะเกิดขึ้นทุกวันโดยที่เรามองข้ามไป</p>
<p>&#8230;แต่เมื่อ 1% เกิดขึ้นแล้ว มันจะไม่ใช่ช่วงเวลาที่เรารอคอยเลย หากปราศจากคนพิเศษในชีวิตของ     เราอยู่ข้างกาย</p>
<p>&#8230;เพราะการมีใครสักคนจริง ๆ ในชีวิต เป็นทั้งเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ และยังเป็นสิ่งยืนยันว่า เรามีชีวิตอยู่จริง ๆ</p>
<p>&#8230;เพราะชีวิตมันช่างเปราะบางเกินกว่าจะอยู่ตัวคนเดียว</p>
<p>&#8230;และ 1% นั้นมันก็แสนสั้นเหลือเกิน </span></p></blockquote>
<p><a target="_blank" href="http://www.openmm.com/gang/index.php?topic=696.0">“Snow” เจ๋ง!  ติดตลาดโปรเจ็กต์ดัง 2 เทศกาลหนังระดับบิ๊กในเอเชีย<br />
“ศิวาภรณ์-โปรดิวเซอร์”พร้อม “ผู้กำกับ-คงเดช” บินร่วมงาน 2 เทศกาล </a><br />
<span style="color: blue" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2008/%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>New York, I love you</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2008/new-york-i-love-you/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2008/new-york-i-love-you/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 Aug 2008 15:53:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[music]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.com/blog/?p=191</guid>
		<description><![CDATA[New York, I love you, but you&#8217;re bringing me down T_T

แถม!
แถม ! สงสัยจะได้ไปฉลองตอนหนังเปิดตัว -_-&#8221;
&#8230;ไม่เอาาาาาาาาาาาาาานะ !! 

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b>New York, I love you, but you&#8217;re bringing me down T_T</b></p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/5JkBiP7rPt0&#038;hl=en&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/5JkBiP7rPt0&#038;hl=en&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p><b>แถม!</b><br />
แถม ! สงสัยจะได้ไปฉลองตอนหนังเปิดตัว -_-&#8221;<br />
&#8230;ไม่เอาาาาาาาาาาาาาานะ !! </p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/B6ywO3uMzqA&#038;hl=en&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/B6ywO3uMzqA&#038;hl=en&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2008/new-york-i-love-you/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Objectified</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2008/objectified/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2008/objectified/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Aug 2008 00:01:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.com/blog/?p=180</guid>
		<description><![CDATA[
โห Helvetica ยังไม่ได้ดูเล้ยยย -_-&#8221;
จะมีหนังเรื่องใหม่อีกแล้ว &#8230;ว้า!! 

The term objectified has two meanings.
One is ‘to be treated with the status of a mere object.’
But the other is ‘something abstract expressed
in a concrete form,’ as in the way a sculpture
objectifies an artist’s thoughts. It’s the act of
transforming creative thought into a tangible object,
which is what designers in this [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img id="image179" src="http://anpanpon.com/blog/wp-content/uploads/2008/08/6a00d834515beb69e200e553bf4d1f8833-800wi.png" alt="6a00d834515beb69e200e553bf4d1f8833-800wi.png" /></p>
<p>โห Helvetica ยังไม่ได้ดูเล้ยยย -_-&#8221;<br />
จะมีหนังเรื่องใหม่อีกแล้ว &#8230;ว้า!! </p>
<blockquote><p>
The term objectified has two meanings.<br />
One is ‘to be treated with the status of a mere object.’<br />
But the other is ‘something abstract expressed<br />
in a concrete form,’ as in the way a sculpture<br />
objectifies an artist’s thoughts. It’s the act of<br />
transforming creative thought into a tangible object,<br />
which is what designers in this film do every day.<br />
But maybe there’s a third meaning to this title,<br />
regarding the ways these objects are affecting<br />
us and our environment.<br />
Have we all become objectified?
</p></blockquote>
<p><a href="http://www.objectifiedfilm.com/blog/lets-get-objectified/" target="_blank">Objectified: A Documentary Film by Gary Hustwit</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2008/objectified/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Forget the Film, Watch the Titles !!</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2008/forget-the-film-watch-the-titles/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2008/forget-the-film-watch-the-titles/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 Aug 2008 00:15:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.com/blog/?p=177</guid>
		<description><![CDATA[
You know what they say about first impressions.
That’s why both Hollywood and independent studios
spend valuable time and resources to create
the most appropriate main title sequences for
their films. At its very best, a title sequence is
a self-contained hybrid that combines several
moving image techniques – film, animation, cg
– to introduce a film.
Forget the Film, Watch the Titles
โห! [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>
You know what they say about first impressions.<br />
That’s why both Hollywood and independent studios<br />
spend valuable time and resources to create<br />
the most appropriate main title sequences for<br />
their films. At its very best, a title sequence is<br />
a self-contained hybrid that combines several<br />
moving image techniques – film, animation, cg<br />
– to introduce a film.</p></blockquote>
<p><a href="http://mmbase.submarinechannel.com/titlesequences/index.jsp" target="_blank">Forget the Film, Watch the Titles</a></p>
<p>โห! ช่างมีความพยายามในการสะสมดีจริงๆ เลย <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /><br />
พูดถึงการ&#8221;สะสม&#8221; ประเภทนี้ เรามักจะไม่คุ้นเคยกับรูปแบบกันสักเท่าไร<br />
จะให้บอกยังไงดีล่ะ ..??</p>
<p>ถ้าคุณครูถามว่า &#8220;หนูมีงานอดิเรกสะสมอะไรคะ?&#8221;<br />
Clipart ตามเว็บคะ<br />
สะสม torrent จ้ะ<br />
ภาพโป๊ตามเว็บครับ <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  </p>
<p>มันจะดูเป็นคำตอบที่ดู&#8221;ร่วมสมัย&#8221; ไม๊นะ <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  ??</p>
<p>มันดูเป็นการ&#8221;สะสม&#8221;ที่จับต้องไม่ได้ และพร้อมที่จะหายไปได้ทุกเมื่อ<br />
พร้อมๆ กับสังขารของฮาร์ดดิสก์แต่ละเครื่อง .. มันช่างเป็นความรู้สึก<br />
แตกต่างกับยุคสมัย &#8220;หนูสะสมสแตมป์ค่ะ&#8221; .. อย่างสิ้นเชิงเลยแฮะ </p>
<p>..เอ้ ! ว่าแต่ตอนนี้สแตมป์ของเรายังอยู่อย่างปลอดภัยดีไม๊นะ <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  ?? </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2008/forget-the-film-watch-the-titles/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Handle me with care</title>
		<link>http://anpanpon.com/blog/2008/handle-me-with-care/</link>
		<comments>http://anpanpon.com/blog/2008/handle-me-with-care/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 Feb 2008 11:44:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://anpanpon.daytag.net/blog/?p=80</guid>
		<description><![CDATA[
ให้ความรู้สึกที่ยังเป็น​ &#8220;คงเดช&#8221; จริงๆแฮะ  
onopen.com &#8211; โอเพ่นออนไลน์ » กอด : มันไม่ใช่เรื่องของแขน
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><object width="425" height="355"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/0JQiCP581kE"></param><param name="wmode" value="transparent"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/0JQiCP581kE" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" width="425" height="355"></embed></object></p>
<p>ให้ความรู้สึกที่ยังเป็น​ &#8220;คงเดช&#8221; จริงๆแฮะ <img src='http://anpanpon.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://www.onopen.com/2008/02/2670" target="_blank">onopen.com &#8211; โอเพ่นออนไลน์ » กอด : มันไม่ใช่เรื่องของแขน</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://anpanpon.com/blog/2008/handle-me-with-care/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

