Archive for the 'Politics' Category

ฉลาดทำใจในยามการเมืองขัดแย้ง แบ่งฝักฝ่าย

Monday, April 5th, 2010

ใน สภาพเช่นนี้พึงระลึกไว้ว่า คนเรานั้นเห็นต่างกันได้ อาจเป็นเพราะได้ข้อมูลต่างกัน หรือ มีเกณฑ์วัดความดีและความสำเร็จต่างกันก็ได้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ข้อสำคัญก็คือคนที่เห็นต่างจากเราไม่ใช่คนเลว คนดีก็มีสิทธิเห็นต่างจากเราได้ ดังนั้นจึงไม่ควรเห็นเขาเป็นศัตรู
ฉลาดทำใจในยามการเมืองขัดแย้ง แบ่งฝักฝ่าย

แล้วประเทศไทยวันพรุ่งนี้ล่ะ?

Sunday, December 20th, 2009

แล้วประเทศไทยวันพรุ่งนี้ล่ะ?
ก็ อยู่ตรงนี้แหละ (หัวเราะ) ประเทศไทยไม่ได้สิ้นหวังหรอก สิ่งที่เหมือนกันของทุกสังคมก็คือ การไม่สามารถยอมจำนนต่อชะตากรรม หรือหมดใจไปกับความสิ้นหวังได้ เราต้องมองไปข้างหน้า แล้วเห็นว่าบ้านเมืองของเรามีอนาคต และอนาคตจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคนในสังคมร่วมมือร่วมใจกัน ความเปลี่ยนแปลงในสังคมตะวันออกทั้งหลาย อย่างญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สามารถพลิกฟื้นขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เขาต้องอาศัยความเสียสละ ความร่วมมือร่วมใจอย่างสูงว่าสังคมมีอนาคต มันต้องพุ่งเป้าไปข้างหน้า อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นทุกวันนี้คือเกิดหลังสงครามทั้งหมด เขาไม่ได้เสียสละแค่วันเดียวปีเดียว แต่เสียสละทั้งเจเนอเรชั่นญี่ปุ่นถึงจะเดินต่อไปได้
เราสิ้นหวังไม่ได้ เพราะทุกประเทศก็ล้วนแต่ผ่านบทเรียนเหล่านี้ ถ้าสังคมไทยไม่ลุกขึ้นมาสู้ ไม่มองด้วยความหวัง กลับมองแต่ความขัดแย้งสังคมก็ไปต่อไม่ได้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ คุณไม่ฝากความหวังกับคนรุ่นใหม่แล้วจะฝากกับใคร คนรุ่นเก่าผมไม่ฝากหรอก ผมกลัว (หัวเราะ)

ที่แท้เราคือพวกเดียวกัน :)

Friday, April 24th, 2009

via pantip

ขายวัฒนธรรม

Sunday, January 11th, 2009

หลังจากนอนซมป่วยมา 4 วันติด
ก็เลยพยายามหาอะไรทำแก้เซ็งให้หายเบื่อ… เบื่อนอน.. เบื่อกินยา …
การบ้านด่วนก็มีนะ ..แต่ปวดหัว ทำไม่ไหว (อ้าง!)
สุดท้าย ! เอ๊ะ! วันก่อนเปิ้นแนะนำเว็บสำหรับหนังเกาหลี/ญี่ปุ่นมานี่น่า
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว  เลยกดดูไปซะ 2 เรื่อง -_-”
(แทนที่จะได้พักผ่อน กลายเป็นว่าต้องนอนเช้าแทนซะนี่ )
เรื่องแรกที่ดูคือ “Changed” series ญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่อง
คาวๆ หวานๆของการเมือง ที่โคตรจะสอดคล้องกับ
เมืองไทยช่วงนี้เอามากๆ …
เรื่องที่ 2 คือ “Gourmet” series เกาหลีเกี่ยวกับอาหาร
ตำหรับชาววัง ..ที่กดเข้าไปดูโดยไม่ได้ตั้งใจแต่เพราะ
ความหิวเท่านั้นเอง -_-”
ความสนุกคงไม่ต้องบอก
แค่ลองจินตนาการว่า “มันเป็นยังไง ถึงดู series จนจบถึงเช้าได้  ?”
กับวันก่อน เพิ่งได้มีโอกาสดูเรื่อง “Paris Je t’aime”
หนังที่บรรยายมุมมองเกี่ยวกับปารีสโดยผู้กำกับ 10 (กว่า)ชีวิต
ช่วงที่เรามาที่นี่ เป็นช่วงที่​ “แดจังกึม” เพิ่งจะดังเป็นพลุแตกที่เมืองไทย
แต่เราก็ไม่เคยดูอยู่ดี  …ได้รับรู้เพียงแค่กระแสการ “ขายวัฒนธรรม”
อย่างชาญฉลาดของเกาหลีเนี่ยล่ะ
สำหรับเรา “สื่อ” ตอนนี้มันดูจะมีอำนาจเหนือเกินกว่าคำนิยาม
ของมันซะแล้วสิ
“สื่อ” ดูเปรียบเสมือนการส่งเรือไปล่าอาณานิคมฯ   โดยเฉพาะเมืองไทย
ตอนนี้ดูคล้ายๆ [...]

วันที่สมหมายชอบที่สุด !

Thursday, December 4th, 2008

“วันที่สมหมายชอบที่สุด” | MY COMIC BLOG
via forward เมลล์สักคน

เบื่อการเมือง !

Thursday, November 27th, 2008

หันไปทางไหนทางไหนก็ดูไม่เห็นจะมีทางออกที่ชัดเจน
และเป็นรูปธรรมเอาซะเลย ในเมื่อต่างฝ่ายก็ต่างไม่ยอม
หันหน้าเข้ามาคุยกันอย่างจริงจังสักที
แม้ว่าจะมีหลายฝ่ายเรียกร้องให้จัดงานเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็น
แต่ดูท่ามันจะเป็นแนว “เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา” ซะมากกว่า
…โดยเฉพาะช่วงนี้ข่าวสารเกี่ยวกับบ้านเราดูจะโด่งดัง
ไปทั่วโลกไม่ใช่น้อย หนังสือพิมพ์เยอรมันแทบทุกฉบับ
ลงพาดหัวข่าวเกี่ยวกับการปิดล้อมสุวรรณภูมิทั้งนั้น
แม้แต่ใน supermarket ยังมีการกระจายเสียง
scoop ข่าวเกี่ยวกับเมืองไทยอีกด้วย -_-”
สำหรับเราแล้ว โคตรจะไม่เห็นด้วยกับทั้ง 2 ฝั่งเลย
เพราะแนวทางของทั้งสองฝ่ายดูจะให้ความสำคัญ
และอำนาจกับผู้นำจนเกินพอดี เรายังจำคำคุณเพื่อน
เยอรมันได้อยู่เสมอเลย
“ทำไมเยอรมันถึงมาเป็นประชาธิปไตยได้ล่ะ ?”
คุณเพื่อนตอบ
“ก็เพราะพวกเราเข็ดแล้วจากการให้อำนาจของผู้นำเพียงคนเดียว
ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์หรือว่าฮิตเลอร์
เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ที่จะทำให้ประเทศก้าวเดินต่อไปได้ดี”
ด้วยปัญญาอันน้อยนิด .. พูดตรงๆ ว่าสภาวะเช่นนี้
เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะทำยังไง .. ??
คงต้องรอให้ถึงจุดอิ่มตัวงั้นเหรอ .. เราว่ามันควรจะใกล้แล้วล่ะ
หลังผลการตัดสินยุบพรรคทั้งหลายเดือนธันวาฯนี่ คงจะเห็นอะไรชัดเจนบ้าง
แม้มันจะช้าเกินไป เพราะนับวันประเทศไทยยิ่งเสียหายมากขึ้นๆ เรื่อยๆ
แต่ถ้าต้องมีการเสียเลือดเสียเนื้ออย่างจริงจังล่ะ ??
มันจะคุ้มค่ากับการที่วีรชนทั้งหลายต้องสูญหายไปกับกาลเวลารึเปล่า ?
เพราะยังไงตำราเรียนพวกเราคงยังปรับปรุงเนื้อหาไม่ทันตามสมัยได้ ..
และมันก็จะกลายเป็นบทเรียน.ที่ไม่เคยได้จำอยู่เสมอ !!
เฮ้อ!
“ลองมานั่งโต๊ะกลม ลดอัตตา แล้วมาจับเข่าคุยกันจริงจัง(อีกครั้ง)ดีไม๊ ?”
มติชน : “สังคมการเมืองที่ไร้อำนาจนำ”
กรุงเทพธุรกิจ : แกะรอยการเมือง : ม็อบยึดสุวรรณภูมิ ทหารเสือหายไปไหน?
กาแฟดำ : ยึดสุวรรณภูมิ… ปฏิบัติการความเสี่ยงสูง ที่ต้องหาทางออกโดยพลัน
Thai BB Webboard : ผ่าทางตันการเมืองไทย

สันติวิธี D.I.Y

Monday, October 27th, 2008

“ที่ผ่านมาคนของเราไม่พอที่จะลงไปรับ ฟัง จากการพูดคุย เห็นชัดเลยว่า ทุกฝ่ายต้องการความเข้าใจ ซึ่งคนกลางอย่างเราช่วยเข้าไปทำความเข้าใจ แล้วก้าวต่อไปจากนั้น เราหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะรับฟังกันได้ เข้าใจกันได้ เห็นอีกคนเป็นเพื่อนมนุษย์”
“คนอาจจะนึกว่าทั้งสองฝ่ายแตกแยกกันไปแล้ว แต่สิ่งที่เราได้ยินซ้ำๆๆ หลายครั้งมากคือ อยากให้กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน ถามว่ากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนคืออะไร บางคนตอบว่า ไปบ้านไหนก็กินข้าวหม้อเดียวกันได้ หรือ ยิ้มให้กันได้ เป็นพี่เป็นน้องกันได้”
จุดประกาย : สันติวิธี D.I.Y.

Fair Play | Play Fair

Saturday, April 19th, 2008

ประเด็นที่ว่าโอลิมปิกเป็นแค่เรื่องกีฬาไม่ยุ่งการเมืองนั้น
ไม่ใช่ความจริงเสียแล้วในปัจจุบัน เมื่อโอลิมปิกเป็นเรื่องของการค้ามหาศาล
ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการแข่งขัน ในส่วนที่ประเทศเจ้าภาพ
จะได้รับทั้งเงินจากนักท่องเที่ยว และชื่อเสียงที่ส่งผลต่อเนื่องยาวนาน
รวมทั้งผลประโยชน์ที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล
จะได้รับจากค่าลิขสิทธิ์ต่างๆ และรายได้และผลกำไรจากการขาย
สินค้าของแบรนด์ที่ได้รับลิขสิทธิ์ และสำหรับนักกีฬา
ที่มีชื่อเสียงนั้นพวกเขามีค่าตัวมหาศาล
Play Fair
via ทำไมต้องบอกโอลิมปิกและจีนให้แข่งอย่างยุติธรรม! « www.prachatai.com เวบหนังสือพิมพ์ออนไลน์

ตายกี่คนก็เป็นประเด็น :P

Sunday, February 24th, 2008

เถียงกันไป ถกกันมาหลายวันผ่านไป
เห็นหลายคนตื่นตัวกับประเด็นยอดฮิตนี้กันใหญ่
ถ้าเรายังเรียนหนังสือเป็นเด็กๆ อยู่สักประถม
และเรียนเรื่อง 6 ตุลาฯ พอดี​
…เราควรจะเชื่อคำพูดของนายกฯคนปัจจุบัน
หรือเชื่อหนังสือเรียนตำรับคุรุสภาดีล่ะ ??
จริงๆ มันก็เป็นการดีเหมือนกันแฮะ .. จะว่าไป
ถ้านายกฯไม่เปิดประเด็น “มีคนตาย 1 คน…”
คนในสังคมจะตื่นตัวกับเรื่อง 6 ตุลาฯ
หรืออยากรู้อยากเห็นเรื่องนี้เท่านี้รึเปล่า ??
ในขณะที่หลายคนอาจจะหลงลืมมันไปด้วยซ้ำ
ว่าวันนี้มันมีความสำคัญอะไรงั้นเหรอ ??
ขอบคุณนะ คุณสมัคร
ปล.ประเด็นข้างล่าง เห็นว่าบางข้อความ คุณจาตุรงค์พูดได้น่าสนใจดีนะ

“ถ้าพูดเฉพาะในกรณี 6 ต.ค. ถ้าเราจะศึกษาเพื่อสรุป
เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ควรจะชำระประวัติศาสตร์กันอย่างไร
ผมคิดว่าเราควรจะได้ให้ข้อเท็จจริง ได้ความเป็นจริง
และได้บทเรียนที่มีคุณค่าต่อสังคม เพื่อให้สังคมเดินไปข้างหน้า
และก็ไม่ควรเป็นการชำระประวัติศาสตร์เพื่อให้เกิดการคิดบัญชี
ให้เกิดการทำลายล้างหรือประหัตประหารกัน
หรือชำระประวัติศาสตร์เพื่อเป็นเครื่องมือ
ทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เพื่อประหัตประหารอีกฝ่ายหนึ่ง”
“การพูดว่าตายเพียงคนเดียวนั้นเป็นปัญหา
ผมไม่ได้บอกว่าตายกี่คนไม่ใช่ประเด็น ตายกี่คนก็เป็นประเด็น
แล้วมันก็มาประเด็นตรงที่ว่าถ้าสรุปว่าตายแค่คนเดียว
สมมุติว่าทำให้คนในสังคมคิดว่า ตายแค่คนเดียวมันก็ไม่ต้องสรุปอะไรกันมาก
เพราะมันเป็นเรื่องเล็กๆ ไม่ใหญ่ แต่ที่สำคัญมันยังอยู่ที่ว่า
จะสรุปกันเพื่ออะไร จะชำระประวัติศาสตร์หรือหาข้อเท็จจริง
เรื่องนี้กันเพื่ออะไรกันแน่ ในขณะที่สังคมไทยได้เรียนรู้มาอย่างมีค่าแล้ว
ในประมาณ 30 ปีมานี้ว่า เราควรจะสรุปเหตุการณ์ 6 ตุลา ว่า
สังคมไม่ควรจะจัดการกับความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดอุดมการณ์
โดยใช้ความรุนแรง และสังคมไม่ควรจะไปยินดี ชื่นชอบ
นิยมชมชอบการรัฐประหารยึดอำนาจ
ที่นำประเทศไปสู่เผด็จการที่เลวร้าย 6 ตุลาคืออันนี้
และต้องเปิดโอกาสส่งเสริมให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย
ส่งเสริมให้บ้านเมืองแก้ปัญหาต่างๆ โดยสันติวิธี
ส่งเสริมผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันอยู่ร่วมกันในสังคม
มีที่ยืน เวที ที่จะใช้ความคิดเห็นที่แตกต่างนั้นได้ ข้อสรุปนี้
มีคุณค่าต่อสังคมไทยมากอยู่แล้ว ไม่ควรเปิดเวทีเพื่อหวังใช้
เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อประหัตประหารใครก็ตาม
เพราะคำว่าประหัตประหาร ทำลายล้างกันมันเกิดขึ้นได้กับทุกฝ่าย
ฝ่ายที่เห็นดีเห็นงาม [...]

เสียงที่ไร้คุณธรรม หาเป็นประชาธิปไตย(ไม่)

Tuesday, February 5th, 2008

ประชาธิปไตยนั้นไม่ได้หมายถึงการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว
หรือการมีรัฐธรรมนูญ หรือการมีรัฐสภา รัฐบาล แค่นั้น
รัฐธรรมนูญแม้เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
แต่ต้องยอมรับในโลกความจริง
ว่าโลกนี้มีกฎหมายหลายประการ
ดังนั้นต้องเข้าใจว่าแม้รัฐธรรมนูญจะดีอย่างไร
ก็ไม่สามารถอุดช่องโหว่ได้ทุกช่อง
ไม่สามารถป้องกันได้ทุกกรณีได้
“การสร้างประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง ต้องสร้างเสาหลักให้ได้
ทั้งเรื่องความอิสระของสื่อ ความรับผิดชอบต่อการสินใจ
ความโปร่ง การเข้าถึงข้อมูล
ไม่ใช่การตั้งสถาบันพัฒนาประชาธิปไตยขึ้นอีก
เพราะสุดท้ายสถาบันนั้นก็จะเป็นอาณาจักรของ
ระบบราชการอีกแห่งหนึ่งเท่านั้น”
กรุงเทพธุรกิจ​ : ‘อานันท์’ยกพุทธทาสติง เสียงข้างมากเลว ชาติไปไม่รอด